[Fic Bleach] The wolf and the Moon - Renji x Byakuya - ch06 (end)

posted on 06 Jan 2008 13:44 by siriusblack99

Type : Fan fiction
Fandom : Bleach
Title : The wolf and the Moon
Pairing : Renji x Byakuya
Writer : ZENITH ©
** YAOI WARNING **

 

…………………………………………………

 

 

(6) คำรัก แด่ดวงจันทร์

 

เช้าวันต่อมา เป็นเช้าที่อากาศสดใสหลังจากฝนตกลงมาเมื่อคืนนี้ หยาดน้ำค้างเกาะตามใบไม้และกลีบดอกสวยสะพรั่ง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว และสายลมอ่อนๆที่พาเอากลิ่นอายธรรมชาติมาแตะจมูกทำให้ท่านเจ้าบ้านคุจิกิคนปัจจุบันไม่อาจละสายตาจากทัศนียภาพด้านนอกคฤหาสน์หลังงามได้ ดวงตาสีเทาเงินทอดมองออกไปอย่างสงบเยือกเย็นขณะมือกำลังจัดการกับเครื่องแบบหัวหน้าหน่วยของตน

 

โดยที่ยังมี... เรื่องเมื่อคืนนี้กวนใจ

 

‘ฝันดี เหมือนกับข้าเมื่อเช้า... นะครับ หัวหน้า’

 

ฝันดีอะไรกัน ทำเอาเขานอนไม่หลับจนเกือบจะเช้า เบียคุยะคิดอย่างโกรธๆและพลันหัวใจก็เต้นแรงเมื่อนึกไปถึงสัมผัสอุกอาจจากรองหัวหน้าหน่วยของเขาเมื่อคืนวานนี้ มือสวยๆยกมาแตะข้างแก้มที่โดนขโมยจูบแล้วหน้าก็ร้อนผ่าว

 

เด็กบ้า!... บ้าที่สุด!

 

คิดพลันก็รีบก้มหน้าก้มตาสวมปลอกสีขาวลงบนข้อมือด้วยอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มมุ่นคิ้วจนแทบชิดแล้วกัดฟันแน่น

 

อภัยให้ไม่ได้ เด็ดขาด...

 

หมับ!

 

ทันใดดวงตาคู่งามก็เบิกกว้าง! เมื่อใครคนหนึ่งย่องเข้ามาข้างหลังอย่างเงียบเชียบแล้วคว้าเอวเขาเอาไว้!

 

“อรุณสวัสดิ์คร้าบ~~~!! หัวหน้าคุจิกิ!” เสียงอันคุ้นหูหากแต่พฤติกรรมนั้นช่างแตกต่าง

 

เบียคุยะแทบจะหันขวับไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อดวงหน้าสวยๆแทบจะชนกับใบหน้าคมคายฉายแววเจ้าเล่ห์ของเจ้าหนุ่มผมแดง คนที่กวนใจเขาไม่เลิกตั้งแต่เมื่อวานนี้จนกระทั่ง...

 

“วันนี้ตื่นสายนะครับเนี่ย ข้าเป็นห่วงก็เลยเข้ามาดูซะหน่อย” เร็นจิฉีกยิ้ม

 

เบียคุยะพูดไม่ออก เมื่อในตอนนี้ร่างบางตกอยู่ในอ้อมแขนของคนตรงหน้าที่อุกอาจไม่เปลี่ยน ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้เจ้าเด็กนี่จึงกล้าทำท่าทางแบบนี้กับเขา ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่างจากเดิมเลย

 

“ปล่อยนะ” เบียคุยะกัดฟันกรอดแล้วดันแผ่นอกกว้างให้ถอยห่าง แต่ก็ไม่เป็นผล คนตัวโตกลับยิ่งยิ้มได้ใจแล้วว่า

 

“หัวหน้าล่ะก็ วันนี้หนาวนะครับเนี่ย” พูดเสร็จก็ยิ่งกอดแน่น

 

เร็นจิ... ไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่า?!!

 

รึว่า เมา...??

 

“มอมเมาสุราแต่เช้า ถ้ายังงั้นวันนี้ข้าก็คงหวังพึ่งเจ้าไม่ได้สินะ” เบียคุยะพูดอย่างเย็นชา

 

“ข้าไม่ได้เมาซักหน่อย เดี๋ยวนี้คุณรันงิคุเขาตั้งอกตั้งใจทำงานนะครับ แล้วยิ่งช่วงนี้....”

 

ทว่าอยู่ๆเสียงห้าวกลับขาดหายไป พร้อมกับใบหน้าคมที่ฉายแววแตกต่างจนคนในอ้อมแขนต้องเงยหน้าขึ้นมอง เบียคุยะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในตัวรองหัวหน้าของเขา

 

“เป็นอะไร” เสียงนุ่มถาม

 

“อ๋อ ป... เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร” เร็นจิยิ้มกว้าง แล้วอยู่ๆก็ก้มลงมา แนบหน้าผากของเขาและเบียคุยะไว้ด้วยกันจนร่างบางสะดุ้งตกใจ

 

“เร็นจิ...”

 

“หัวหน้าครับ” เสียงห้าวกลับมาฉายแววจริงจังขณะกล่าว “ถ้าหากว่าข้า จะต้องไปที่อื่น... ที่ไกลๆจากที่นี่แล้วไม่ได้กลับมานานๆ หัวหน้าจะ... คิดถึงข้าบ้างมั้ย”

 

คนถูกถามหน้าร้อนผ่าว ความมั่นใจที่ว่าวันนี้ต้องมีอะไรผิดแปลกไปในตัวรองหัวหน้าของเขาเริ่มทวีมากขึ้น เบียคุยะเบือนหน้าหนี จากนั้นจึงตัดสินใจถามกลับโดยแทบจะไม่ได้สะกิดใจอะไรกับคำถามของคนตัวโต

 

“วันนี้เจ้าเป็นอะไร ทำตัวไม่สมเป็นรองหัวหน้าของข้าเอาเสียเลยนะ”

 

“ฮึ...” เร็นจิหัวเราะเบาๆ “เปล่าเลยนะครับ ข้าน่ะ... ก็เป็นแบบนี้อยู่ทุกวัน เพียงแต่ไม่ได้แสดงให้หัวหน้าเห็นเท่านั้นเอง เพราะว่าทั้งหมดนี้...”

 

ดวงตาสีทับทิมฉายแววเศร้าก่อนจะเรียกแววสดใสให้กลับมาราวจงใจแล้วว่า

 

“...ก็แค่อยากให้รู้ ว่าทั้งหมดก็เพื่อท่าน”

 

เมื่อสิ้นคำดวงตาคู่สวยก็เบิกค้าง ใจที่เต้นไม่เป็นส่ำเริ่มทวีความรุนแรงจนเจ้าของแปลกใจนัก มือสวยๆที่เคยแข็งทื่อขยับไม่ได้ค่อยๆเลือนไปกำชุดยูคาตะสีดำสนิทของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความแปลกใจ

 

“ข้าน่ะ... มันก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ ข้าไม่คิดจะไขว่ขว้าจันทราเช่นท่านอีกต่อไปแล้ว เพราะรู้ดีว่ายังไง คมเขี้ยวของข้า แม้จะเอื้อมถึงท่านแต่ก็ไม่อาจครอบครองท่านได้ หรือแม้แต่... ความงดงาม... ข้าก็ไม่คิดเป็นเจ้าของ” เร็นจิยิ้มเยาะให้ตัวเอง “เพราะแบบนั้น ข้าก็เลยอยากจะขอ... แค่วันนี้... แค่วันนี้เท่านั้น แล้วจากนี้ไปข้าจะไม่กวนใจท่านอีก และข้ารู้ดี ว่าตลอดมาท่านเองก็ไม่เคยหันมองข้า...”

 

อ้อมแขนแกร่งกระชับแน่นขึ้น

 

“ไม่เป็นไร หากท่านคิดว่าท่านหมดนี้ข้าก็เพียงแค่เสียสติ ไม่เป็นไรเลย... ข้าตัดสินใจได้แล้ว แม้จะใช้เวลาเพียงแค่คืนเดียว”

 

...คืนเดียว หลังจากที่เขาได้รับรู้ระหว่างทางกลับที่พักว่า มีสิ่งหนึ่งที่เขาจำเป็นต้องทำหลังจากนี้ ภารกิจอันตราย ที่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ และเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับมอบหมาย เขาจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่ออย่างน้อย คนตรงหน้าก็อาจจะเห็นว่าเขามีคุณค่าขึ้นมาบ้าง

 

แค่อยากจะอยู่ ในสายตาของท่าน.. นานอีกซักนิด

 

 

…………………………….

 

 

“เรียกข้ามามีเรื่องอะไรเหรอครับ” เร็นจิทำหน้าฉงนหลังจากเดินตามร่างเล็กของหัวหน้าฮิทสึกายะมายังเรือนหลังหนึ่งของหน่วยที่หก ซึ่งห่างไกลจากคฤหาสน์ของหัวหน้าคุจิกิมากพอสมควร แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือภายในมีลูเคีย อิกคาคุ และยูมิจิกะคอยอยู่ก่อนแล้ว

 

“นี่เป็นคำสั่งโดยตรงจากหัวหน้าใหญ่ยามาโมโตะ” ฮิทสึกายะพูดเสียงเข้มเมื่อทั้งเขาและเร็นจินั่งลงแล้ว บรรยากาศช่างเงียบสงบเสียจนเร็นจิแปลกใจแม้จะมีคนอยู่มาก โดยเฉพาะเมื่อได้ยินนามของหัวหน้าใหญ่ผู้มีอำนาจสูงสุดในขณะนี้

 

“เรื่องอะไรกันเหรอครับ”

 

“อารันคาร์” ฮิทสึกายะว่า

 

จากนั้นก็ตามมาด้วยปัญหามากมายที่เร็นจิไม่เคยรู้มาก่อน และเท่าที่จับความได้ก็คือเขาคือหนึ่งในผู้ที่ถูกเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ยังโลกมนุษย์ เป็นภารกิจอันตรายที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกับลูเคีย และผู้ร่วมทางที่เขาเลือกอย่างอิกคาคุ

 

“งั้นข้าขอไปด้วยนะ ถ้าอิกคาคุตกลงล่ะก็” ยูมิจิกะเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง จนคนถูกเอ่ยว่าเป็นต้นเหตุต้องกุมขมับ

 

“ก็ตามใจ แต่อย่าไปก่อเรื่องล่ะเจ้าน่ะ” อิกคาคุพูดอย่างอ่อนใจ

 

“ว่าแต่ แล้วหัวหน้าฮิทสึกายะไม่ไปด้วยกันเหรอครับ” เร็นจิถามอย่างสงสัย

 

“เรื่องนั้นไม่มีความจำเป็น ข้าเองก็มีภาระมากพออยู่แล้ว ยังจะต้องมา...”

 

“เอ๋! ทุกคน มาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้เหรอ” อยู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังแว่วมา เสียงที่ทำเอาเด็กหนุ่มผมสีหิมะต้องถอนใจแล้วทำหน้ายุ่ง

 

“คุณมัตสึโมโตะ นี่มันดึกแล้วนะคะเนี่ย” ลูเคียเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

 

“ก็แหม ข้าเห็นหัวหน้าหายไปเลยออกมาตามหา ที่แท้ก็มาอยู่ที่นี่กันน่ะเอง มีอะไรกันเหรอคะ” ว่าเสร็จหญิงสาวเจ้าของผมยาวสีทองก็เดินขึ้นมานั่งลงข้างๆหัวหน้าของตน

 

“เรื่องภารกิจลับ เจ้าไม่เกี่ยว” ฮิทสึกายะว่า

 

“หัวหน้าโหดร้าย! อย่าทำเย็นชาแบบนั้นสิคะ ข้าเสียนะใจ” รันงิคุทำเสียงออดอ้อน “ภารกิจลับอะไรกัน ข้าน่ะได้ยินหมดแล้วล่ะ น่าสนใจนะคะหัวหน้า ข้าขอไปด้วยคนสิ”

 

“ไม่ได้!!”

 

“โถ หัวหน้าล่ะก็ นานๆจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตา ไปด้วยกันเถอะนะคะ นะๆๆๆ”

 

“ไม่!”

 

 

…………………………….

 

 

กลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง หลังจากความครุ่นคิดนั้นจบลง รอยยิ้มหยันให้กับตัวเองก็ขยับออกบนเรียวปากบางของเร็นจิ ชายหนุ่มถอนหายใจ ยกมือขึ้นเสยผมสีแดงที่วันนี้ยังคงปล่อยสยายเพราะของที่หายไปยังหาไม่เจอ

 

“เรื่องไม่ดีทั้งหลายที่ข้าทำไป” เสียงห้าวพึมพำขึ้น “...ทั้งเรื่องที่ท่านไม่อยากให้ข้าพูดถึง แล้วก็พฤติกรรมไม่เหมาะสมเมื่อคืนนี้ ข้าต้องขออภัยอย่างที่สุด ข้าไม่ดีเองที่ไม่รู้จักประมาณตน ข้ามัน...”

 

“เร็นจิ” เบียคุยะตัดบท “เจ้ามีอะไรจะบอกข้าก็รีบบอก มัวพูดอ้อมค้อมชักช้า น่ารำคาญ”

 

คนฟังอึ้งไปหลายอึดใจ แต่แล้วในที่สุดก็ขยับยิ้มอ่อนโยน แน่สิ เขาไม่มีอะไรจะเสีย นอกจากคำพูดที่เอากลับคืนมาไม่ได้... ตั้งนานแล้ว

 

“เรื่องนั้นน่ะ” เร็นจิพึมพำ “...แล้วท่านก็จะรู้เองล่ะครับ”

 

ใช่... แล้วท่านก็จะรู้เอง... มิหนำซ้ำอาจจะ ดีใจเสียด้วยซ้ำที่จะไม่มีคนน่ารำคาญอย่างข้ามาคอยกวนใจ

 

หมับ!

 

แต่ทว่าเร็นจิกลับต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เมื่อมือน้อยของคนตรงหน้ายิ่มกำชุดยูคาตะของเขาเสียแน่น พร้อมกับดวงหน้างามที่เงยขึ้นมองแน่วแน่ราวกับต้องการฟังความจากปากเขาเท่านั้น

 

“อย่ามาทำตัวไร้สาระ เจ้าเด็กโง่” เบียคุยะพูดเสียงเข้ม “มีอะไรจะพูด ก็พูดมา”

 

เร็นจิแสร้งหัวเราะหึหึ “ไม่เอาล่ะครับ ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง”

 

เบียคุยะกัดฟันกรอด จ้องมองใบหน้าคนเจ้าเล่ห์ที่ไม่ได้เจ้าเล่ห์อย่างทุกวันแล้วนึกแปลกใจ ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากฟังเรื่องของเจ้าเด็กนี่จนแทบบ้าทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ แต่อีกใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่าบางที... บางทีนะ อาจไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เร็นจิเก็บงำเอาไว้

 

ตอนนั้นเอง มือใหญ่ค่อยๆยกขึ้นสัมผัสใบหน้านวลแล้วไล้นิ้วหัวแม่มือไปบนแก้มขาวนุ่ม รอยยิ้มทรงเสน่ห์ขยับออกอีกครั้งบนมุมปากแล้วโน้มใบหน้าเข้ามา หน้าผากของทั้งสองแนบชิดกันอย่างนุ่มนวล

 

“ทำไม ต้องอยากรู้ขนาดนั้นด้วยล่ะครับ หัวหน้าคุจิกิ” เสียงห้าวพึมพำถาม

 

“ไม่ต้องมายิ้มดี คิดจะแกล้งปั่นหัวข้าเล่นรึยังไง” เบียคุยะมุ่นคิ้ว คราวนี้หาได้เบือนหน้าหนี

 

“อะ... ทำไมถึงรู้ล่ะครับเนี่ย” เร็นจิหัวเราะอย่างขบขัน แต่คนตัวเล็กกว่าไม่เล่นด้วย ยกกำปั้นขึ้นทุบหน้าอกคนตัวโตกว่าแล้วร้อง

 

“ข้าไม่ได้พูดเล่นนะอาบาราอิ เร็นจิ! เจ้ามัน... เจ้ามันคนหัวแข็งนิสัยไม่ดี! หยุดทำแบบนี้เดี๋ยวนี้นะ!”

 

“ทำแบบไหนเหรอครับ?” ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาอีก

 

“เจ้ามีความลับอะไรกับข้า บอกมา!”

 

“ท่านบอกมาก่อนสิว่าทำไมถึงอยากรู้นัก” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขยับกว้างขึ้น

 

“อย่ามายอกย้อนข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์...”

 

กึก...

 

“...ฮึ นั่นสินะครับ”

 

พลันในวินาทีนั้นเอง ใบหน้าคมคายก็ถอนออก รอยยิ้มเหล่านั้นที่มักจะแย้มกว้างอย่างสนุกสนานเสมอเริ่มจางหายไปกลายเป็นความเฉยเมยจนน่ากลัว

 

“ข้าน่ะ ไม่มีสิทธิ์อะไรแต่แรกแล้ว” ร่างใหญ่ก้าวถอยหลัง แล้วโค้งคำนับ “ถ้ายังงั้น ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ข้าจะไปเตรียมเอกสารของท่านเอาไว้ให้นะครับ หัวหน้าคุจิกิ”

 

ว่าเสร็จร่างสูงก็หมุนตัวหันหลังให้แล้วกำลังจะเดินจากไป โดยทิ้งให้ร่างบางที่ยืนแข็งทื่อขยับไปไหนไม่ได้มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยแววตาคาดไม่ถึง เบียคุยะใจเต้นแรง ใบหน้าที่เคยร้อนผ่าวเริ่มเย็นชืดและไร้อารมณ์ แม้ว่าภายในจะร้อนรุ่มยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

 

เจ้าน่ะ... ไม่มีสิทธิ์...

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”

 

เสียงที่เคยราบเรียบแม้เวลาเทศนาดังขึ้นจนร่างสูงชะงัก เร็นจิหยุดฝีเท้า หากแต่ไม่ได้หันกลับมาในตอนนั้น

 

“เจ้าน่ะ...” เบียคุยะเริ่มตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ “กล้าดียังไง ถึงหันหลังให้ข้า! เจ้ามันเด็กไร้มารยาท! ไม่เคยคิด... ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น! ทำให้ข้าเป็นแบบนี้แท้ๆแล้วยังจะหันหลังให้ข้างั้นรึ! ข้า... ข้าน่ะ...”

 

ดวงตาคู่สวยเริ่มจะปริ่มด้วยน้ำตา

 

“...ข้าเป็นอะไรในสายตาเจ้ากันแน่ เร็นจิ!!”

 

คำพูดทั้งหลายนั้น ทำเอาคนฟังตกตะลึงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เร็นจิถึงกับต้องหันกลับมาแล้วทอดมองร่างบางในชุดเครื่องแบบหัวหน้าหน่วยแสนสง่า เจ้าของผมยาวสลวยสีดำสนิทบัดนี้กำลังยืนตัวสั่นเทาและมีใบหน้าแดงก่ำ หยาดน้ำใสๆที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเริ่มไหลอาบแก้มนวลจนเร็นจิต้องกัดฟันกรอด ชายหนุ่มก้าวยาวๆกลับไปตรงนั้น อ้าแขนออกแล้วโอบกอดร่างบางเอาไว้แน่น

 

เบียคุยะไม่ได้โต้ตอบ เขาทำเพียงยืนนิ่งๆแล้วพยายามควบคุมตัวเอง แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมา นับตั้งแต่ที่เสียฮิซานะไปจนกระทั่งตอนนี้

 

“หัวหน้า... ข้าขอโทษครับ” เสียงห้าวพึมพำข้างหู แล้วกอดแน่นขึ้นอีก ใจเขาเองเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นคงเป็นเพราะ... ความชิงชัง ในตัวเอง

 

เขาทำให้หัวหน้า ร้องไห้... ทั้งที่คนอย่างเขา ไม่น่าจะมีค่าขนาดนั้น ที่สำคัญ เขาไม่เคยเห็นหัวหน้าโกรธแล้วแสดงท่าทางแบบนี้มาก่อน

 

ทำไม... ทำไมล่ะครับ หัวหน้า

 

“อยากรู้เหรอครับ ว่าในสายตาของข้า ท่านเป็นอะไร”

 

คำนั้นทำเอาร่างบางชะงัก ใบหน้างามที่ซบอยู่กับแผ่นอกกว้างฉายแววคาดไม่ถึง

 

“ท่านเคยเป็น เป้าหมายที่ข้าต้องการจะเอาชนะให้จงได้” เร็นจิพูดหนักแน่น แล้วยึดร่างบางออกห่างเพื่อที่จะได้พิจมองดวงตาคู่งามที่ช้อนขึ้นจ้องตอบ “...และในตอนนี้ ท่านก็คือ... คนที่ทำให้ข้า ต้องการจะมีชีวิตอยู่ เพื่อปกป้อง เพื่อรับใช้ เพื่อทำตัวให้คู่ควร... และเพื่อรักท่าน”

 

พลันดวงตาที่เคยปริ่มด้วยหยาดน้ำใสเบิกขึ้น

 

“ข้ารักท่าน หัวหน้าคุจิกิ”

 

สิ้นคำ ไม่รีรอที่จะโน้มใบหน้าลงแล้วประกบริมฝีปากกับคนที่ยืนนิ่งไม่ขยับ เบียคุยะยังคงลืมตาค้างอย่างตกตะลึง มือและเท้าแทบจะขยับไม่ได้เพราะความตื้อชาหลังจากสิ่งที่ได้ยิน

 

เร็น... จิ... ?

 

สัมผัสอันนุ่มนวลเรียกให้เรี่ยวแรงหายไปจนหมดสิ้น อ้อมแขนแกร่งอ้าออกโอบร่างบางเอาไว้พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ยกขึ้นประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่า ความหอมหวานจากจุมพิตนุ่มนวลนั้นทำให้เบียคุยะไม่อาจปฏิเสธ จนกระทั่งมือเรียวบางจำต้องยกขึ้นมายึดชุดยูคาตะของคนตัวโตเอาไว้แน่นอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมขึ้นโอบรอบต้นคอพลางสัมผัสได้ถึงเส้นผมยาวสีแดงสดที่ปล่อยสยายแปลกตา

 

อยู่ๆชายหนุ่มผมแดงถอนริมฝีปาก ดวงตาคู่คมทอดมองใบหน้าอันงดงามที่ฉายแววเศร้า มือใหญ่เลื่อนมาสัมผัสพวงแก้มสีชมพูที่เปื้อนคราบน้ำตา

 

“ข้าขอสาบาน ต่อน้ำตาหยดนี้” เสียงทุ้มห้าวเอ่ย “ว่าถึงแม้จะต่ำต้อยเพียงใด สักวันข้าจะต้องก้าวขึ้นมาเคียงข้างท่าน ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน และจะไม่มีวันทำให้ท่านเสียใจอีก... ท่านจะยอมรับข้าหรือไม่... หัวหน้าคุจิกิ”

 

คนถูกถามสบตานิ่งนาน แววตาสั่นระริกจนคนตัวสูงกว่าอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ เร็นจิยกมือขึ้นสัมผัสศีรษะและเส้นผมสีรัตติกาลดำขลับ กลิ่นหอมอันเชิญชวนเริ่มทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม

 

“...ไม่ตอบ หรือว่าเมื่อกี้จะพูดมากไปเลยหมดโควต้าเอาซะแล้ว?” คำหยอกเรียกให้เบียคุยะมุ่นคิ้วแล้วสะบัดหน้าหนี แต่เร็นจิก็ฉวยคางสวยๆเอาไว้แล้วช้อนให้ท่านเจ้าบ้านหันกลับมาหา

 

“ไม่พูดก็ไม่เป็นไรครับ ข้ารอได้” หนุ่มผมแดงเอ่ยจริงใจ “แม้จะนานแค่ไหน ต่อให้ท่านจะไม่เคยมีข้าในสายตาข้าก็ไม่สน... ข้าจะรอเสมอ จนกว่าท่านจะยอมรับและรักข้าบ้าง ข้าจะไม่...”

 

“นี่เจ้าคิดว่า” แต่ทว่าตอนนั้นเสียงนุ่มกลับตัดบท เสียงที่แน่วแน่มั่นคงและมาจากเจ้าของเรียวปากนุ่มน่าสัมผัส “...คนอย่างข้า จะเสียน้ำตาให้ใครก็ได้ยังงั้นหรือ”

 

“หัวหน้า...?”

 

“เจ้าเด็กโง่!” น้ำเสียงท่อนนั้นฉายแววตัดพ้อ “พูดถึงขนาดนั้นแล้วยังไม่เข้าใจอีก รึว่าข้าโง่เองที่รับเจ้ามาเป็นรองหัวหน้าหน่วย”

 

“ท่าน... จะบอกว่ารักข้า ก็พูดมาตรงๆสิครับ” เร็นจิฉีกยิ้มจนได้

 

“นี่เจ้า...!” เบียคุยะขึงตาใส่ แต่ใจกลับเต้นแรง

 

“ท่านรักข้า ใช่มั้ย” เร็นจิยังเซ้าซี้เหมือนจะแกล้ง และเมื่อพบว่าคนในอ้อมแขนเบือนหน้าหนีจึงยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วจุมพิตแก้มนวลที่ร้อนผ่าวฟอดใหญ่

 

“ปล่อย!” เบียคุยะพยายามดิ้นรนหากแต่ไร้ผล ชายหนุ่มจำต้องถูกรั้งเข้าไปอีก

 

“เช้าวันนี้ ข้าจะจดจำเอาไว้” เสียงห้าวทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ ร่างบางที่ดิ้นขลุกขลักเริ่มชะงัก “...ว่าอย่างน้อย คนต่ำต้อยอย่างข้าก็ได้ถูกรัก และข้าดีใจ แม้มันจะเกินความคาดหมายไปหน่อยที่ถูกรักโดยคนสูงศักดิ์ปากหนักอย่างท่าน”

 

ป้าบ! มือน้อยยกกำปั้นทุบหน้าอกเข้าให้อย่างจังแต่เร็นจิก็แค่สะดุ้งแล้วกอดแน่นขึ้น

 

“ฮึๆ น่ารักจังเลย นานๆจะเห็นท่านเขิน แบบนี้ต้องขอดูหน้าซักหน่อย” พูดเสร็จก็ยึดร่างบางออกห่างอีกครั้ง คราวนี้เร็นจิอึ้งไปนิดหน่อยเพราะพวงแก้มใสทั้งสองบัดนี้แดงก่ำหากไม่ใช่ด้วยอาการร้องไห้ ดวงตาคู่โตหลุบลงด้วยความอายแลดูน่ารักและทำให้พบว่าแพขนตางอนงามหนาสวยไม่เบา

 

น่ารัก... จริงๆเลย

 

“นี่ หัวหน้าครับ” เร็นจิเรียก แต่คนตัวเล็กกว่ายังไม่หันมา “ต่อไปนี้ ข้าขอเรียกชื่อของท่าน จะได้มั้ย”

 

คนถูกถามไม่ยอมตอบ ได้แต่ก้มหน้าหนี

 

“โธ่ หัวหน้าล่ะก็... ถ้ายังงั้น...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้น “...ขออนุญาตนะครับ ท่านเบียคุยะ”

 

คนถูกเรียกชื่อต้นได้แต่ทำตาโตเพราะไม่เคยคุ้น แต่ก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากของคนตรงหน้าอีกครั้ง เบียคุยะไม่อาจขัดขืนตามเคยจนต้องถูกจูบอยู่อย่างนั้นกระทั่งคนอุกอาจพอใจ หากแต่ในคราวนี้ เร็นจิคว้ามือนุ่มขึ้นมา ทาบมันไว้ตรงตำแหน่งหัวใจของตน

 

“...รู้สึกไหมครับ”

 

เบียคุยะปั้นหน้าไม่ถูก แน่นอน หัวใจของเร็นจิกำลังเต้นแรง

 

“มันมักจะเป็นอย่างนี้ ตลอดเวลาที่อยู่กับท่าน” เสียงห้าวเอ่ยอย่างไม่ลังเล “นั่นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างของท่าน สำคัญเสมอที่ตรงนี้... ที่หัวใจข้า... และแม้มันจะยังเต้นอยู่ จะมีความหมายอะไรหากเราไม่มีสิ่งสำคัญ...”

 

“สิ่งสำคัญ?” เบียคุยะเงยหน้าถามเมื่อเร็นจิเงียบไปนาน

 

ชายหนุ่มขยับยิ้ม “ก็สิ่งสำคัญ... ที่เราจะยอมสละทุกสิ่งให้ได้ แม้แต่หัวใจดวงนี้ยังไงล่ะครับ”

 

เบียคุยะสบสายตากับดวงตาสีทับทิมนิ่ง เขาพูดไม่ออก เมื่อรับรู้ความหมายอันแจ่มชัดจากประโยคเมื่อครู่... ว่าคนตรงหน้า รักเขามากมายเพียงใด

 

รัก... ยังงั้นเหรอ

 

ข้าไม่ได้ ฝันไปหรอกใช่มั้ย... เร็นจิ

 

ในที่สุดแล้ว ร่างบางก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ ค่อยๆพิงศีรษะลงบนแผ่นอกกว้างเหมือนจะตั้งใจฟังจังหวะหัวใจเต้นของเขาอย่างแนบชิด เร็นจิแปลกใจแต่ก็ยิ้มออกมา ก้มมองเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทแล้วลูบสัมผัสศีรษะท่านเจ้าบ้านค่อยๆอย่างเอ็นดู พลางคิด

 

บางทีนะ บางที... การที่อะไรๆเป็นแบบนี้ก่อนที่เขาจะต้องไปปฏิบัติภารกิจ มันอาจ...

 

นั่นสินะ เขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคนตรงหน้า และไม่คิดจะบอกจนกว่าจะถึงเวลา... ใช่ คนกว่าจะถึงตอนนั้น... สิ่งที่เขาปรารถนาคือการได้ใกล้ชิด และทำให้คนรักมีความสุขก่อนจะต้องจากกัน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้ แม้ว่าจะโดนโกรธเอา แต่ว่า...

 

กลับมาเมื่อไหร่ ค่อยชดใช้ให้ก็แล้วกัน... นะครับ ท่านเบียคุยะ

 

ข้าจะต้องกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะแกร่งขึ้นเพื่อท่าน และข้าคนนี้... แม้จะมาจากที่ๆต่ำต้อยด้อยค่า ก็จะทำตัวให้ควรค่ากับดวงจันทร์อันงดงาม ที่เฝ้ารอข้าอยู่

 

ข้ารู้ รู้ดีว่าท่านจะรอข้า...

 

“ท่านเบียคุยะ” ในที่สุด เร็นจิช้อนมือบางทั้งสองขึ้นมา ประทับจุมพิต แล้วกุมแน่นจนเบียคุยะประหลาดใจ หากแต่มีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าคมคาย พร้อมกับกล่าวคำมั่น

 

“บัดนี้ ข้า จะล่วงสู่สมรภูมิ จงเชื่อมั่น ว่าดาบข้าจะไม่หักบิ่น จงเชื่อมั่น ว่าหัวใจข้าจะไม่บินผัน แม้หนทางจะต้องแยกจากกัน แต่หัวใจประดุจเหล็กกล้าจักอยู่ร่วมกัน ขอสาบาน แม้แผ่นดินจักแยกเป็นเสี่ยง...”

 

รอยยิ้มขยับกว้างขึ้น ระหว่างที่เบียคุยะเริ่มมองเขาด้วยแววตาระริก

 

“เร็นจิ...”

 

“...ก็จักมีชีวิตรอดกลับมา... หาท่าน อีกครั้ง... ท่านเบียคุยะ”

 

 

I! am about to head to the battle field.

Believe, my blade will not shatter!

Believe, my soul will not be cut!

Even if our steps seperate, our iron will remains solid!

Promise! Even if the ground may spilt.

 

I will

come back alive

to you... Byakuya-sama...

 

 

 

- END -

 

กรุณาติดตามตอนต่อ ณ ฟิกเรื่อง “I miss you… Taichou”

 

http://siriusblack99.exteen.com/20071004/fic-bleach-renbya-i-miss-you-taichou

 

ขอบคุณที่ติดตามมาโดยตลอด ลาล่ะ ^o^

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีใจจังค่ะ มาต่อแล้ว
ฮ่าๆ

ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆเลย ><

#1 By ミ★ HITZUSEN on 2008-01-06 13:55

จบได้ประทับใจมากมาย T_T

ที่แปะไว้นั่นผมอ่านนานแล้วน้าคร้าบ

รับรีเควสฟิคเรื่องใหม่ไหมอ่ะ

ขอใครก้อได้คู่กะฮิทซึคุง

งินxฮิทซึก้อได้อ่ะคร้าบ
ฮิทซึขอสงวน >< เด็กน้อยน่ารักขนาดนี้

#3 By TuA-i (203.118.84.200) on 2008-01-06 15:49

หึหึ...อารมณ์ดีมีความสุข ฟิควาย สนุกสนาน

เฮ้ออออ...นี่แกกะลังจะแพร่เชื้อใส่ช้านนนนนะสินุ้ย

แต่จะบอกว่า อ่านแล้วเขินแทนท่านพี่เจงๆ อะไรกันเนี่ย

พีเอส.ไม่อยากไปค่ายให้ตายเหอะ นอนเฉยๆไปเลยนะห้ามทำอย่างอื่น

#4 By Penguin (124.121.216.183) on 2008-01-08 21:40

[-_-]"

#5 By gadueb (58.136.227.132) on 2008-01-14 20:32

ไม่ได้เข้ามานานตอนจบแล้วหรือนี่
จบซะหวานหยดเลยนะเนี่ยsurprised smile
เบียจังน่ารักมากๆเลย
ตามไปอ่านตอนต่อล่ะนะ^^~

#6 By ม้าน้อยริน~* on 2008-01-27 20:38

ใกล้สอบแล้วตั้งใจอ่านหนังสือนะเทอ

ไอติมอร่อยเนอะ...^^

#7 By Penguin (221.128.87.201) on 2008-02-07 11:57

จบแล้วง่ะ TT ^ TT OTL ( ดูออกไหมคะ ) รีบๆแต่งเรื่องต่อไปนะ นู๋รออยู่ เอาใจช่วยค่า สู้ๆ

#8 By Devill_Cupids (58.64.96.89) on 2008-07-20 00:22

ดู bleach ภาคไทยกันหน้าเว็บเลยต้อง
www.freezone1.co.nr

#9 By h5n1 (124.120.237.230) on 2008-07-27 22:51

หนุกดีอ่ะ แต่งอีกสิแต่ฉากสวีทไม่ค่อยมีอ่ะsad smile

#10 By FCBT loveloveclub on 2008-08-08 12:08