[Fic PMK] - Hiji/Oki - Maybe... the last Sakura
posted on 15 Dec 2007 21:40 by siriusblack99
[PMK fan fiction] “Maybe... the last Sakura”
Fandom : Peacemaker Kurogane
Pairing : Hijikata x Souji
Rate : PG-13 (Yaoi-warning)
................................................................................
แสงจันทร์... สายลม... กลีบซากุระ...
สิ่งที่... ทุกค่ำคืน มักดึงดูดสายตาของใครบางคนเอาไว้ได้เสมอ สิ่งที่งดงาม ควรค่าแก่การจดจำไปจวบจนอวสาน สิ่งที่ประสานกันท่ามกลางความมืดมิดอันเดียวดาย และทำให้คนที่ควรจะหลับจะนอนมากกว่าใครต้องออกมานั่งตากน้ำค้างคนเดียวแล้วเหม่อมองขึ้นไป อย่างกับ... รอวันที่จะได้ขึ้นไปสัมผัสความอบอุ่นที่ถูกฉาบฉายโดยแสงจันทร์ยวงเช่นนั้นอย่างแนบแน่น...
อย่างกับว่า...
เวลานั้น กำลังจะใกล้เข้ามา... อย่างงั้นล่ะ โซจิ
คิดพลางก็ต้องกัดฟันกรอดแล้วข่มตาลงให้หลับ บ่อยครั้งที่ใบหน้าอ่อนวัยของใครคนนั้นจะแวบเข้ามาในหัวสมองชวนให้เขานอนไม่หลับและต้องพลิกตัวกลับไปกลับมาอย่างว้าวุ่นใจทั้งที่ในตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว แม้แต่พวกหัวโจกน่ารำคาญทั้งหลายก็ต่างหลับนอนกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ตัวกวนที่มักก่อเรื่องยุ่งให้สำนักเสมอก็คงจะเหนื่อยจากการทำงานในวันนี้และล้มพับไปเรียบร้อยอย่างไม่ต้องสงสัย
หากแต่... เขารู้ดี ว่าไม่ว่าจะดึกดื่นเพียงใด ยังมีใครคนหนึ่งที่อาจจะ... ยังคงเฝ้ามองแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ยังเฝ้ารอสายลมยามรัตติกาล ที่จะพากลีบดอกซากุระแสนสวยลงมาให้สัมผัสแม้เพียงน้อยนิด
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมถึงชอบนัก...
ทำตัวเป็นเด็กๆอยู่ได้... เจ้านั่น
ฮิจิกาตะ โทชิโซ ถอนหายใจหนักๆแล้วตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง ผมยาวสีดำขลับปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังจนเขาต้องเอื้อมแขนขึ้นรวบมันไว้ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นช้าๆ ไม่สนใจจะกลับไปจัดที่นอนให้ดูดีหากแต่มุ่งหน้าไปยังประตูห้องแล้วเลื่อนเปิดออก
ชอบทำให้ห่วงอยู่เรื่อย...
คิดพลางก็ก้าวเท้าออกไปด้านนอก ดวงตาเรียวเข้มเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติในคืนนี้แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ชายหนุ่มขมวดคิ้วในขณะที่ใจเริ่มเต้นด้วยจังหวะแปลกไป มันเร่งขึ้น และบอกไม่ถูกว่าด้วยเหตุผลใดกันแน่
หนาวแบบนี้... จะยังนั่งเล่นอยู่รึเปล่านะ
ในที่สุดฮิจิกาตะก็สาวเท้าต่อไปบนพื้นไม้ พยายามให้เงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่เป็นการปลุกคนอื่นๆ เขารู้ดีว่ากำลังจะไปไหน แต่ใจหนึ่งก็แอบภาวนาขออย่าให้เจอคนที่คิด... ทั้งที่ร่างกายเป็นแบบนั้น แต่กลับแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ร่าเริง และเที่ยวแจกยิ้มไปทั่ว แต่ว่า... เขาก็อดคิดไม่ได้ ว่าอาจมีบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา เร็วกว่าที่คิด
ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย...
ในที่สุด ร่างสูงก็มาปรากฏตัวอยู่ ณ เรือนพักหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของสถานที่แห่งนี้งดงามกว่าที่อื่นใดในหน่วยบัญชาการชินเซ็นกุมิ ทั้งแสงจันทร์อ่อนๆที่ฉาบฉายลงมา กลีบดอกไม้ส่งกลิ่นหอมละมุนปลิวไปตามสายลมอ่อนๆที่ยังคงความหนาวเย็นของฤดูกาลอันว้าเหว่เอาไว้
และแล้ว สายตาเฉียบคมก็บังเอิญไปสะดุดกับร่างหนึ่งที่นั่งห้อยขาอยู่ตรงทางเดินยกสูง ไม่ใช่ใครนอกจากเจ้าของเรือนผมยาวสลวยสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับผิวนวลดุจหิมะและอาภรณ์ขาวสะอาด
อยู่จริงๆด้วย...
คิดพลางก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ตรงกันข้าม ร่างใหญ่ลับเดินเข้าไปใกล้แล้วหยุดยืนค้ำศีรษะร่างบางที่เริ่มเบือนหน้ามามอง พลันรอยยิ้มน่ารักก็ปรากฏบนใบหน้าอ่อนวัย
“คุณฮิจิกาตะ! ยังไม่นอนเหรอครับ” เสียงใสถามอย่างร่าเริงเช่นทุกครั้ง
คนตัวสูงกว่าไม่ตอบ ชายหนุ่มถอนใจอีกครั้งแล้วตวัดสายตาละจากใบหน้างาม มองไปยังท้องที่เบื้องหน้าอย่างเคร่งขรึม
“...อ้าว... เป็นอะไรไปครับ หรือว่า ฝันร้ายเลยนอนไม่หลับ” โอคิตะ โซจิถามแล้วหัวเราะค่อยๆ
“เปล่า!” ฮิจิกาตะว่าอย่างหัวเสีย “ข้าไม่ใช่เด็กๆซะหน่อยถึงจะนอนฝันร้าย”
“อ๋อ งั้นเหรอครับ” โซจิหัวเราะดังขึ้นแล้วก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากไว้
“นี่เจ้า...!” คนตัวโตกว่าชักหมดความอดทนแล้วทำหน้ามุ่ย
มาดูเพราะห่วงแท้ๆ แต่ดันมาโดนยั่วโมโหซะได้...!
“ขอโทษนะครับ คุณฮิจิกาตะ... แค่แย่เล่นนิดเดียวเอง อย่าโกรธกันเลยนะครับ” โซจิยิ้มหวาน
...แล้วก็... ไม่ได้มา เพื่อจะแพ้รอยยิ้มแบบนั้นด้วย...
“ข้ากลับล่ะ” เสียงเข้มตัดบท ก่อนทำท่าจะหมุนตัวจากไปเสียอย่างนั้น
หมับ...
“เดี๋ยว...”
ทว่ามือน้อยกลับคว้าชายชุดยูคาตะสีเข้มของคนตัวสูงเอาไว้ได้ เรียกให้ดวงตาเรียวดั่งปีศาจเหลือบลงมอง แม้สีหน้าจะยังเคร่งขรึม หากแต่ใจก็เต้นแรงเมื่อพบสีหน้าที่ราวกับมีรอยยิ้มน่ารักเอาไว้บดบังแววหม่นหมองที่เผยให้ใครต่อใครเห็นไม่บ่อยนัก โซจิขยับยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วพึมพำราวเสียงกระซิบ
“ไหนๆก็ออกมาแล้ว... ไม่ค่อยได้เห็นคุณฮิจิกาตะออกมาเดินเล่นในเวลาแบบนี้เลย... ยังไงก็ ช่วยอยู่... เป็นเพื่อนข้า ซักพัก จะได้มั้ยครับ”
น้ำคำที่ฟังแล้วเหมือนคำออดอ้อน ทำเอาคนที่ไม่เคยแพ้แม้คมดาบนับร้อยของอริศัตรูอย่างฮิจิกาตะ โทชิโซ จำต้องพ่ายให้กับเจ้าของดวงหน้าใสที่มักอยู่เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับเขาเสมอ
เป็นแบบนี้ ทุกทีสิน่า...
ร่างใหญ่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แล้วจึงย่อตัวลงนั่งข้างๆร่างบางโดยเว้นระยะห่างที่พอดี หากแต่พอนั่งลงแล้ว คนตัวเล็กกลับขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด
“ขอบคุณนะครับ” โซจิพูดเสียงใส โดยไม่ได้สังเกตอาการผิดแปลกของคนข้างตัวเลย
“เจ้านี่น้า...” ฮิจิกาตะพึมพำเบาๆแล้วทำหน้ามุ่ย “อากาศหนาวแบบนี้ แทนที่จะรีบเข้านอน มานั่งตากลมเดี๋ยวก็ป่วยเอาอีกหรอก”
คำพูดเหมือนดุเรียกรอยยิ้มหวานให้แย้มกว้างขึ้น “ข้าชินแล้วล่ะครับ อากาศแบบนี้น่ะ... ชอบที่สุดเลย”
ชายหนุ่มผมดำเหลือบสายตามองคนข้างตัว โซจิยังคงนั่งอมยิ้มจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มเช่นนั้นจะมีอะไรซ่อนอยู่ และบางที... บางทีนะ... มันอาจเป็นอะไรที่เจ้าตัวไม่ต้องการให้ใครๆรู้
“โซจิ” เสียงเข้มเปรย
“ครับ?” ร่างบางหันมา
“หมู่นี้ ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า” น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนลง โดยคนถามเลี่ยงที่จะสบตาด้วย
“เอ๋... ไม่นี่ครับ” โซจิทำท่าครุ่นคิด “ข้าน่ะ เดี๋ยวนี้ก็กินยาทุกวัน อาการปวดกล้ามเนื้อก็คลายลงแล้ว ไอก็น้อยลงด้วย”
“งั้นเหรอ” ฮิจิกาตะพยักหน้าเนิบๆ แล้วทอดสายตาขึ้นไปบนท้องฟ้า เช่นเดียวกับหนุ่มน้อยคนข้างๆที่เริ่มใจเต้นไม่เป็นส่ำ
...ขอโทษนะครับ คุณฮิจิกาตะ....... ข้าน่ะ...
คิดพลางก็ต้องเบือนหน้าไปทางอื่นแทนที่จะแอบลอบมองใบหน้าคมคายของคนตัวโตอย่างที่เขาชอบทำเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เจ้าของมีน้ำโหหรือน๊อตหลุดเวลาโดนแกล้ง
ข้าก็แค่อยากจะ... เห็นท่าน ที่อ่อนโยนแบบนี้ ไปตลอด... ไม่ใช่ท่าน ที่กังวลแต่กับเรื่องของข้า...
...ก็แค่อยากจะ อยู่ด้วยกันอย่างนี้...
“นี่... คุณฮิจิกาตะ” เสียงใสเรียก
“หืม?”
“พรุ่งนี้ไปเที่ยวงานเทศกาลดอกไม้กันนะครับ”
“เทศกาล... ดอกไม้?” เสียงทวนคำฟังดูหดหู่เต็มที แต่ก็ตามมาด้วยเสียงถอนใจของคนที่มักใจอ่อนเสมอ
“โถ... คุณฮิจิกาตะละก็ ฤดูใบไม้ผลิถ้าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ไปดูต้นซากุระในเทศกาล จะเสียดายแย่เลยนะครับ” โซจิกระตุกชายแขนเสื้อเขาถี่ขึ้น
คนถูกอ้อนชั่งใจอยู่พักหนึ่ง
“...ก็ได้” ในที่สุดเขาพยักหน้านิดหน่อย แต่ก็หันมาย้ำ “ถ้าจะไปล่ะก็ แต่งตัวให้มันอุ่นเข้าหน่อยล่ะ ช่วงนี้อากาศหนาว ร่างกายแบบนั้นเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“ครับ!” ร่างบางรับคำอย่างดีอกดีใจ รอยยิ้มหวานน่ารักแย้มกว้างขึ้นจนคนตัวโตอดเอ็นดูไม่ได้ เอื้อมมือไปวางบนศีรษะคนตัวเล็กแล้วโน้มเข้ามาพิงกับบ่ากว้างของเขา
“อย่าดื้อกับข้าให้มาก ไม่งั้นคราวหลังจะไม่ตามใจแล้วนะ” เสียงเข้มว่า
“เข้าใจแล้ว... ครับ”
โซจิอิงใบหน้าไปกับไหล่กว้าง ก่อนจะขยับเข้ามาในอ้อมอกที่อบอุ่นเสมอ ฮิจิกาตะเกยคางไปกับศีรษะที่ซบลงมาแล้วกระชับกอด นึกแปลกใจนิดหน่อยที่อยู่ๆตัวเองก็ดันมาใจอ่อนง่ายๆ... แต่ก็นั่นแหละ มันมักจะเป็นแบบนี้ บ่อยเกินไปเสียแล้ว
ก็เพราะเป็นเพียงคนเดียว ที่เขายอมให้ได้...
คนเดียว ที่ราวกับไม่เคยเห็นเขาเป็นปีศาจเลือดเย็น หรือแม้กระทั่งจะมีท่าทางยำเกรงอย่างที่ควรจะเป็นรึก็ไม่ใช่ คงเพราะไอ้นิสัยเด็กๆแบบนั้นกระมัง ที่มักทำให้ห่วง หรือไม่... ก็ ต้องใจอ่อนให้เสียทุกทีไป
ตอนนั้นเองชายหนุ่มผมดำถอนใจอีกครั้งหนึ่ง แล้วยิ่งกระชับกอดแน่นเสียจนคนถูกกอดแปลกใจ
“คุณฮิจิกาตะ...”
“......” คนปากหนักกัดฟันกรอด แล้วพึมพำ “......หนาวนะ...”
รอยยิ้มหวานขยับกว้างขึ้นจนกลายเป็นเสียงหัวเราะค่อยๆอย่างแสนสุข โซจิกอดตอบแล้วพยักหน้า
“ครับ... หนาวจังเลย”
“โซจิ...” ฮิจิกาตะแทบจะก้มลงมองคนตรงหน้าทันที คว้ามือน้อยมากุมไว้แล้วพบว่ามันเย็นชืด หากแต่บนใบหน้านวลกลับไร้แววกังวลใดๆ
“ก็หนาว แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว... ขอบคุณนะครับ คุณฮิจิกาตะ” เสียงใสเอ่ยบอก
“เข้าข้างในเถอะ ตรงนี้มัน...”
“อย่าเลยครับ ขอร้องล่ะ”
คนพูดฉวยยูคาตะสีเข้มเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆเบือนหน้าไปทางอื่น อันที่จริง สายตาเขาเริ่มจะล่องลอยไร้จุดหมาย หัวใจที่เคยเต้นแรงบัดนี้บรรเทาลงจนเป็นปกติ หากแต่ยังเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก
ขอร้องล่ะครับ คุณฮิจิกาตะ... ขอให้ข้าได้อยู่ ตรงนี้ อีกซักพัก...
เสียงคร่ำครวญในใจดังขึ้นอย่างไม่เป็นเคยมาก่อน ไม่เคยเป็นจนกระทั่งรับรู้ว่าอาการป่วยที่ปกปิดมานานเริ่มทรุดหนักเพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นลุกเดินไม่ไหว และยิ่งภายใต้อากาศที่หนาวเหน็บยามดึกเช่นนี้ก็ยิ่งส่งผลร้ายต่อร่างกายที่อ่อนแอมานาน
แต่ว่า ถึงจะถูกห้าม... ใจที่ดื้อดึง ก็คงแก้ไม่หาย... เขารู้ดี ว่าสิ่งใดกำลังมา เพราะอย่างนั้นเขาจึงต้องการจะใช้เวลาทั้งหมดกับสิ่งที่เป็นอยู่ และเคยเป็นมาตลอด ทั้งเจ้านายและเพื่อน เขาไม่อยากจะสูญเสียสิ่งใดไปอีกแล้ว
นั่นเป็นเพราะว่า...
...เทศกาลดอกไม้ปีนี้ คงจะได้ไป... เป็นปีสุดท้าย...
“ดื้อ!” เสียงเข้มปราม เรียกให้คนที่เหม่อลอยไปไกลสะดุ้งนิดหน่อย
“ขอโทษนะครับ” โซจิยังคงยิ้ม “....สุดท้าย... ข้าก็ยังต้องเป็นฝ่าย ถูกปกป้องอยู่ดี แย่จังเลยนะครับ”
“พูดอะไรแบบนั้น” ฮิจิกาตะว่า “เจ้าเองก็ปกป้องคนอื่นมาตั้งมากมาย การจะปกป้องใครซักคน ไม่ได้แปลว่าเจ้าจะต้องคอยปกป้องเขาฝ่ายเดียวเสียเมื่อไหร่ เจ้าโง่”
คนตัวเล็กหัวเราะร่า “แหม... นั่นสินะครับ ข้าเนี่ย แย่จริงๆเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนตัวโตถึงกับขมวดคิ้ว “รู้ตัวก็ดี... งั้นถ้าจะนั่งอยู่นี่ล่ะก็ ข้าจะไปเอาผ้าห่มมาให้”
“ไม่ต้องหรอกครับ” มือน้อยดึงยูคาตะสีเข้มเอาไว้แน่นขึ้น “อยู่ต่อเถอะนะครับ... แค่อยู่ตรงนี้ก็พอ”
“เจ้าโง่ ถ้าหนาวตายขึ้นมาจะทำยังไง!” คนตัวโตดุเสียงเข้ม
“ไม่หนาวตายหรอกครับ น่านะ...”
“เอาแต่ใจ งั้นพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องไป!”
“ห... หา.. โหดร้าย! คุณฮิจิกาตะ อย่าพูดแบบนั้นสิครับ..”
“งั้นก็ปล่อยสิ ข้าจะไปเอาผ้าห่ม!”
“..............” ร่างบางทำหน้าง้ำงออย่างผิดหวัง ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือลงจากยูคาตะสีเข้มในที่สุด ท่าทางน่าสงสารเหมือนเด็กน้อยที่กำลังเศร้าเสียใจทำให้ร่างใหญ่ต้องถอนใจเฮือกแล้วจับไหล่ทั้งสองของคนตรงหน้าเอาไว้แน่น
“ไหนว่าจะไม่ดื้อ” เสียงเข้มเปรย
โซจิเบือนหน้าหลบ หากแต่มือใหญ่ก็เอื้อมมาจับคางสวยๆให้หันกลับมามอง
“แค่เข้าไปเอาผ้าห่ม แล้วจะกลับมานั่งด้วย ตกลงมั้ย”
เท่านั้นเอง แววสมใจก็ปรากฏชัดเจนบนดวงหน้าอ่อนวัย ริมฝีปากบางเผยอรอยยิ้มกว้างแล้วรีบพยักหน้าถี่ๆ จากนั้นดวงตาคู่โตจึงเฝ้ามองร่างสูงที่ค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปเอาของจากในเรือนพักของเขา ซักพักหนึ่งฮิจิกาตะกลับออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนใหญ่ในอ้อมแขน ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆร่างบาง ก่อนจะสะบัดผ้าผืนนุ่มให้คลุมทั่วทั้งร่างที่เล็กกว่า
“ไม่ห่มด้วยกันเหรอครับ” โซจิถามอย่างแปลกใจ
คนตัวโตทำเพียงส่ายหน้า แม้สีหน้าเคร่งขรึมนั้นจะไร้อารมณ์ หากแต่อ้อมแขนแกร่งก็ค่อยๆเริ่มอ้าออกโอบกอดร่างนุ่มเอาไว้อีกครั้ง ในขณะที่ดวงตาเรียวค่อยๆปรือลงพร้อมเสียงกระซิบ
“หัดรักตัวเองซะบ้างเถอะ เจ้าเด็กโง่... เอาแต่ให้คนอื่นเขารักน่ะ มันใช้ไม่ได้”
พลันเมื่อเสียงกระซิบเงียบลง ดวงตาคู่โตก็ค่อยๆเบิกกว้างขณะเหลียวมามองคนที่แสร้งทำเป็นหลับ โซจิรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นแรงของคนที่อยู่ด้านหลัง และแน่ใจได้เลยว่าคนที่กอดเขาอยู่พยายามซุกหน้าหนีเพื่อไม่ให้เขาเห็น แต่ถึงกระนั้น...
รอยยิ้มน่ารัก ก็ค่อยๆผุดขึ้นบนเรียวปาก เนิ่นนาน... พร้อมกับความครุ่นคิด...
...ถึงแม้ว่า เทศกาลดอกไม้ปีนี้ อาจจะได้ไปเป็นครั้งสุดท้าย ...
หากแต่... โอคิตะ โซจิ ก็ได้รับรู้แล้วว่า ค่ำคืนอันสวยงามเช่นนี้... ค่ำคืนที่จะมีใครบางคนมาคอยอยู่เคียงข้างที่นี่... ใครคนนั้น... คนสำคัญที่สุดของเขา... คนที่เขาสาบานว่าจะปกป้องไว้ด้วยชีวิตแม้ตนจะเป็นฝ่ายถูกปกป้อง... คนที่อ่อนโยนแม้ฉากหน้าจะดูเป็นปีศาจไร้หัวใจ...
...จะต้องไม่ใช่ครั้งสุดท้าย... อย่างแน่นอน...
...นะครับ... คุณฮิจิกาตะ...
ไม่ได้อ่านฟิค PMK มาตั้งนาน คิดถึง~!!!
#1 By Leveret J.V. Cross on 2007-12-15 22:16