[Fic Bleach] The wolf and the Moon - Renji x Byakuya - ch05

posted on 22 Sep 2007 21:56 by siriusblack99

Type : Fan fiction
Fandom : Bleach
Title : The wolf and the Moon
Pairing : Renji x Byakuya
Writer : ZENITH ©
** YAOI WARNING **

…………………………………………………

 

 

(5) สายฝน

 

 

ทำอะไรลงไป...

 

นี่เรา... ทำอะไรลงไป...

 

คำถามนี้เฝ้าวนเวียนอยู่ในหัวรองหัวหน้าหนุ่มตั้งแต่รู้สึกตัวหลังจากถูกพลังเฮือกใหญ่ซัดเข้าให้ตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน ชายหนุ่มผมแดงบัดนี้กำลังนั่งกอดเข่าแล้วโขกหัวตัวเองกับกำแพงสูงของหน่วยที่หกเพราะยมทูตที่ทำหน้าที่เฝ้าที่นั่นปฏิเสธจะให้เขาเข้าไป โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของหัวหน้าคุจิกิที่สั่งห้ามรองหัวหน้าอาบาราอิ เร็นจิไม่ให้เหยียบเข้ามาในหน่วยเป็นอันขาด

 

เพราะอะไรน่ะหรือ...

 

 

……………………………………

 

 

ณ เรือนพักเจ้าหน้าที่หน่วยสิบสาม หลายชั่วโมงก่อน

 

“เร็นจิ! ตื่นจนได้ เจ้าบ้าเอ้ย!” เสียงเด็กสาวผมดำร้องขึ้นเมื่อพบว่าเพื่อนหนุ่มเริ่มขยับตัวก่อนเขาจะค่อยๆยกมือขึ้นกุมขมับ

 

“อืม... ยัยบ้าลูเคีย อยู่กับเจ้านี่ไม่เคยสงบได้ซักทีสิน่า...” เร็นจิที่เริ่มได้สติพึมพำเบาๆอย่างหัวเสียพลางรู้สึกวิงเวียนอย่างบอกไม่ถูก

 

“ไม่ต้องมาพูดมาก เจ้าน่ะทำเรื่องใหญ่แล้วรู้บ้างมั้ย!” ลูเคียร้องอย่างตำหนิเอามากๆ เจ้าหล่อนยืนเท้าเอวค้ำหัวเพื่อน

 

“เรื่อง? เรื่องอะไรของเจ้า” เร็นจิมุ่นคิ้ว พลางปัดผมสีแดงสดที่ยังคงปล่อยสยายให้พ้นจากนัยน์ตา

 

“นี่คงไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยสินะ ถูกท่านพี่ระเบิดใส่ขนาดนั้นน่ะ” ลูเคียนิ่วหน้า

 

เท่านั้นเอง ชายหนุ่มแทบจะลุกพรวดจากที่นอน!

 

“หา!” เร็นจิเบิกตากว้าง “เจ้าว่าอะไรนะ หัวหน้าน่ะ...!”

 

“เจ้าหลับไป” เด็กสาวเริ่มเล่าเหตุการณ์พลางกอดอก “และได้ยังไงก็ไม่รู้ ท่านพี่ก็ลงมาตามเจ้าหลังจากเสร็จธุระกับหัวหน้าอุคิทาเกะ แต่ว่า...”

 

มาตอนนี้ลูเคียเริ่มกัดริมฝีปากอย่างอึดอัด แถมยังหน้าแดงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจนเร็นจิแปลกใจ และอดเสียวสันหลังไม่ได้หากเขาทำอะไรไม่ดีโดยไม่รู้ตัว

 

“แต่อะไร” ร่างสูงเสี่ยงถาม

 

“เจ้าอาจจะ... ฝัน” ลูเคียเหลียวไปทางอื่น

 

“ฝัน...?”

 

ใช่ เขาฝัน... นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาจำได้ลางๆ เขาเห็นหัวหน้าในชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่ใต้ต้นซากุระที่กำลังร่วงโรยโปรยปรายลงมา มันเป็นภาพที่เขาชอบมากตั้งแต่เคยเห็นครั้งแรกในความเป็นจริงแม้ตอนนั้นจะเป็นตอนกลางคืน ใบหน้านวลผุดผ่องมองมาทางเขาแล้วก็... ยิ้ม... รอยยิ้มนั้นช่างงดงาม อ่อนโยน และเปี่ยมสุข ผิดกับหัวหน้าที่เขาเคยเห็นราวคนละคน แต่แล้วอยู่ๆร่างนั้นกลับค่อยๆเลือนหายไป เขาจึงวิ่งตาม แล้วสุดท้ายก็รู้สึกเหมือนคว้าตัวหัวหน้าเอาไว้ได้...?

 

เขารู้สึกถึง... ร่างนุ่มๆที่อยู่ในอ้อมแขน

 

ร่างที่ส่งเสียงบอกให้เขาปล่อย แต่ว่าเขากลับ...

 

รึว่า.....!!!?

 

“อย่าบอกนะ ว่าข้า...” มาตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเหงื่อตก ความฝันเมื่อครู่เริ่มถนัดชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนเร็นจิตระหนักได้ว่า...

 

“เจ้าน่ะ” ลูเคียมีท่าทางลำบากใจ “ทั้งกอด... ท่านพี่... แล้วก็... จูบเอาด้วย”

 

แทบจะทันที ดวงตาเรียวคมเบิกกว้างจนกลมโตผิดปกติด้วยความตกใจ หัวใจเต้นโครมครามในอกจนแทบระเบิดออก สติสัมปชัญญะดูจะพร่าเลือน อวัยวะในช่องท้องปั่นป่วนไปหมดจนแทบแยกความรู้สึกไม่ออก... ทั้งหมดนั่น เป็นความจริง ทั้งร่างบางที่เขาคว้ามากอด แถมยังเสียงกระซิบที่เขาพร่ำบอกรักไปตั้งหลายทีโดยไม่อายปาก

 

แต่... ความรู้สึกแวบหนึ่งในตอนท้ายๆ กลับบอกกับเขาว่า...

 

หัวหน้าเองก็... จูบตอบ...

 

แถมยังยอม... ให้เขากอดด้วย...

 

คิดพลางก็ตวัดสายตาไปยังเพื่อนสาว แม้อาการช็อคของเขาจะยังไม่หายไป แต่เร็นจิกลับพยายามตั้งสติแล้วสูดลมหายใจลึก

 

“แล้ว... จากนั้นล่ะ” เสียงห้าวถาม

 

“ก็แล้วจะอะไรล่ะ ท่านพี่ก็ซัดเจ้าซะน่วมน่ะสิ!” ลูเคียว่า “ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านพี่ไม่ได้ปลดปล่อยดาบใส่เจ้า แค่วิถีผนึกน่ะถือว่าให้อภัยมากแล้ว!”

 

“ไม่ใช่โว้ย! ข้าหมายความว่าแล้วทำไมอยู่ๆหัวหน้าถึงได้...” กำลังจะเอ่ยว่า ‘หยุดจูบ’ แต่ก็ต้องกลืนคำๆนั้นเข้าไปแล้วเปลี่ยนเป็น “...ทำไมอยู่ๆถึงได้เพิ่งจะซัดไอ้นั่นใส่ข้าล่ะ น่าจะฆ่าข้าทิ้งไปตั้งนานแล้วนี่นา”

 

“...เรื่องนั้นน่ะ” ลูเคียหน้าแดงแต่ก็พยายามรักษาฟอร์ม “เป็นเพราะว่า... ข้าตื่นมาเห็นพวกเจ้าซะก่อน ท่านพี่ถึงได้รู้สึกตัว”

 

ทันใดเร็นจิเริ่มหรี่ตาลงเมื่อได้ยินดังนั้น สายตาจ้องเพื่อนสาวเขม็งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพยุงตัวลุกขึ้นแม้จะยังรู้สึกวิงเวียนไม่น้อย ชายหนุ่มก้าวดุ่มๆเข้ามาแล้วชะโงกหน้ามาใกล้

 

“ถ้ายังงั้นเรื่องนี้” เสียงเย็นเฉียบเอ่ย “ก็ความผิดเจ้าน่ะเซ่ ยัยบ้าเอ้ย!!!”

 

“หน็อย! ความผิดข้าตรงไหนหาเจ้าคนคิ้วตลก! ข้าน่ะไม่ยอมปล่อยให้ท่านพี่ถูกคนคิ้วตลกแถมบ้าระห่ำอย่างเจ้าลวนลามอีกเด็ดขาด!” หล่อนเถียงเสียงดัง

 

“อุวะ! ก็ไหนบอกจะช่วยข้าๆ ทำมาเป็นตัวขัดจังหวะซะได้!” เร็นจิชักมีน้ำโห

 

“ข้าสัญญาจะช่วย! แต่ไม่ได้สัญญาจะยอมให้เจ้าทำอะไรพรรค์นั้นกับท่านพี่นี่นา!” ลูเคียเถียงหัวชนฝา “อีกอย่าง! ถ้าใครมาเห็นเข้าล่ะก็ ใครๆจะมองท่านพี่ว่ายังไง! ท่านพี่ของข้าน่ะ มีเกียรติยศของตระกูลคุจิกิค้ำคอ โดนนินทาต่อว่าด้วยเรื่องแบบนั้นมันได้ที่ไหน!”

 

เร็นจินิ่งไป... พลันความคิดอันสับสนปั่นป่วนก็เริ่มกลับมาเล่นงานเขาอย่างหนัก ความคิดอันขัดแย้งที่มาจากคำพูดไม่กี่คำเกี่ยวกับเรื่อง ‘เกียรติยศแห่งตระกูล’ ที่เขาไม่เคยมี แต่อีกฝ่ายกลับมีล้นฟ้า

 

ฮึ... เขามันก็แค่ สุนัขรับใช้ ที่อาจจะแค่มีปลอกคอสวยหรูกว่าตัวอื่น

 

แต่ถึงยังงั้น ก็ยังเป็นแค่สุนัขรับใช้อยู่วันยังค่ำ

 

“เร็นจิ...”

 

เสียงลูเคียเรียกให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย

 

“อะไร” ชายหนุ่มเปรยค่อยๆ

 

“เมื่อกี้ ขอโทษนะ” เด็กสาวพูดอย่างลำบากใจ “ข้าไม่น่าพูดแบบนั้น เราเองก็...” ลูเคียกำลังเอ่ยคำว่า ‘เราเองก็ไม่ต่างกัน’ แต่กลับต้องหยุดไว้เพราะบัดนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอเองก็มี... เกียรติยศแห่งตระกูลค้ำคอไว้ไม่แตกต่าง แต่ทว่าชายหนุ่มผมแดงกลับขยับยิ้มให้พร้อมเอ่ยในที่สุด

 

“ช่างมันเห๊อะ! เรื่องแบบนั้นคิดไปก็เปลืองสมอง อย่าสนใจเลยน่า”

 

“เร็นจิ...” ลูเคียสบตาเพื่อนหนุ่ม แล้วยิ้มตอบบ้าง

 

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ยังไงก็... ขอบใจด้วยล่ะ ที่อุตส่าห์ลากเข้ามาในนี้” ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นแล้วกอดอกบ้าง “เฮ้อออ..... ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป ข้าจะกล้ามองหน้าหัวหน้ารึเปล่าก็ไม่รู้”

 

“อา... เร็นจิ ข้าลืมบอกเจ้าไปอย่าง” ลูเคียกลับมาตีหน้าเครียด

 

“หืม?”

 

“ท่านพี่น่ะ” เด็กสาวสูดหายใจอย่างกลัดกลุ้ม “สั่งห้ามเจ้า ไม่ให้มาให้ท่าน... เห็นหน้าอีก”

 

“อะไรนะ!!” เสียงห้าวแผดออกอย่างตกใจ

 

ใช่สิ... ใช่ เขาลืมผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องนั้นไปเสียสนิท แล้วจากนี้ไป หากเขาลงไม้ลงมือทำเรื่องแบบนั้นกับหัวหน้าไปแล้วล่ะก็...

 

โดนเกลียดเข้าแล้วแน่ๆ...!!

 

แถมดีไม่ดี ยังจะถูกไล่ออก!

 

เร็นจิเอ๋ย ทำอะไรไม่คิด... ทำอะไรไม่เคยคิด!!

 

แต่ก็นะ ตอนหลับอยู่มันจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดได้เล่า... แบบนี้แล้วจะทำยังไงต่อ ถ้าเป็นคำขาดจากหัวหน้าล่ะก็ไม่ว่าใครก็ฝ่าฝืนไม่ได้ทั้งนั้นแม้กระทั่งตัวเขาเอง

 

หัวหน้า คงจะโกรธมาก...

 

แต่ว่านะ ถ้าโกรธขนาดนั้น ทำไมถึง... ยอมให้เขากอด แล้วยัง... ยอมให้เขาจูบด้วย... หัวหน้าจะรู้สึกยังไงกันแน่ แต่ที่รู้ก็คือคืนนี้เขาคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแหงๆ

 

แย่... แย่... แย่... แย่ที่สุด!

 

 

……………………………………

 

 

ใช่ เป็นอะไรที่แย่ที่สุด...!!

 

กลับมา ณ เวลาปัจจุบัน รองหัวหน้าหน่วยที่หก อาบาราอิ เร็นจิ ยังคงนั่งกอดเข่าอยู่หน้าที่ทำการหน่วย คราวนี้เขาหันหลังพิงกำแพงสูงแทนแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตอนนี้ใกล้มืดเต็มทีแล้ว แถมเมฆก้อนหนายังเคลื่อนตัวเข้ามาเป็นสัญญาญอันตรายว่าอีกไม่ช้าสายฝนคงกระหน่ำลงมาอย่างแน่แท้

 

บ้าที่สุด! เขาเกลียดฝน... แต่ถ้ามันจะตกล่ะก็ คงไม่มีอะไรห้ามได้ เว้นแต่ใครบางคนจะยอมถอนคำสั่งแล้วอนุญาตให้เขากลับเข้าหน่วย แต่เรื่องนั้นก็เป็นไปได้ยากพอๆกับที่หัวหน้าจะยอมเดินกางร่มออกมารับเขาด้วยตัวเอง

 

เฮ้อ...

 

วันนี้คงจะเป็น... วันที่แย่ที่สุดสำหรับเขาแล้ว

 

 

……………………………………

 

 

ภายในคฤหาสน์หลังงาม สองสามชั่วโมงต่อมา

 

บัดนี้เป็นเวลาหัวค่ำ พายุฝนหอบเอาความเย็นเข้ามาถึงในห้องห้องหนึ่งที่มีเพียงร่างเดียวที่นั่งเหม่อลอยอยู่ในเวลาเช่นนี้ ร่างนั้นสวมชุดสีขาวทั้งชุด มืออ่อนนุ่มทั้งสองประสานไว้บนตักขณะดวงตาสีเงินทอดมองออกไปไกล ผ่านหน้าต่างที่เป็นช่องทางให้เห็นทัศนียภาพแสนมืดมนเบื้องนอก เสียงเม็ดฝนสาดกระทบหลังคาบ้านหาได้ทำให้เขาสนใจไม่

 

ไม่ได้... จะใจอ่อนอีกไม่ได้เป็นอันขาด

 

ท่านเจ้าบ้านพึมพำกับตนเองเช่นนี้มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ละครั้งก็พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้นึกห่วงใครบางคนที่ตอนนี้คงนั่งสั่นเป็นลูกหมาไร้บ้านอยู่นอกประตูที่ทำการหน่วย

 

เด็กนั่น จะได้เข็ดเสียบ้าง...

 

คิดพลันก็ลอบถอนหายใจ นัยน์ตาเริ่มหลุบลงมองมือทั้งสองข้างของตนเองที่แบออก ก่อนจะลูบสัมผัสกันเพื่อรื้อฟื้นความอบอุ่นที่ได้รับจากใครคนนั้นเมื่อหลายชั่วโมงก่อน รอยอุ่นๆที่ยังตราตรึงไว้ไม่เปลี่ยนจนทำเอาน้ำแข็งในใจเขาปลิไหว

 

อ้อมกอด และเสียงกระซิบคำรัก...

 

เร็นจิ จะรู้ตัวไหมนะ ว่าทำอะไรลงไปกันแน่

 

รึว่าแค่... ละเมอไม่รู้เรื่อง

 

เบียคุยะเริ่มกัดฟันกรอด นี่เขากำลังฟุ้งซ่านอีกแล้ว เด็กคนนั้นจะทำตัวสมกับเป็นรองหัวหน้าของเขารึก็ไม่ใช่ เอาเวลางานและเวลาถูกทำโทษไปนอนหลับ แถมยังบังอาจถูกเนื้อต้องตัวเขาอย่างเกินเลยจนไม่น่าให้อภัย

 

แต่ถ้าพรุ่งนี้ เกิดป่วยล่ะ...?

 

อยู่ๆเสียงหนึ่งแทรกขึ้นในใจ จนเบียคุยะต้องสะบัดหน้าหนักๆแล้วหันเหไปคิดเรื่องอื่น

 

ก๊อกๆๆ...!!

 

“ใครน่ะ” ชายหนุ่มตวัดตาไปยังประตู

 

“ข้าเองขอรับ ท่านเบียคุยะ” เสียงพ่อบ้านประจำตระกูลขานกลับมา

 

ท่านเจ้าบ้านถอนใจนิดหน่อย “เข้ามาสิ”

 

ครืด... เสียงประตูไม้เปิดออก พร้อมกับร่างชราที่นั่งอยู่ด้านนอกอย่างนอบน้อม เบียคุยะเริ่มกลับมาตีหน้านิ่งแล้วถามออกไป

 

“มีอะไร”

 

“นี่ขอรับ” ชายชราตอบพลางส่งร่มคันหนึ่งเข้ามาให้ เบียคุยะมองมันอย่างแปลกใจ

 

“สำหรับอะไร”

 

“ข้าเพียงแต่คิดว่าบางที ท่านอาจต้องใช้น่ะขอรับ” ชายชราเอ่ยเบาๆอย่างมีนัย

 

ชายหนุ่มก้มมองร่มสีขาวตรงหน้า ใจเขาเริ่มกลับมาเต้นระรัวเพราะความลังเล ขณะที่อีกใจหนึ่งก็นึกแปลกใจว่าท่าทีของเขาช่างชัดเจนถึงเพียงนั้นเชียวหรือ

 

“ไม่จำเป็น เอากลับไปซะ”

 

“เก็บไว้ก่อนเถอะขอรับ ท่านเบียคุยะ” ชายชรายังคงยืนยัน “มีไว้ยังดีกว่าท่านเปลี่ยนใจทีหลังแล้วต้องเปียกฝนไม่สบายเอานะขอรับ”

 

พูดเสร็จโดยไม่ฟังคำค้าน พ่อบ้านชราก็ถือโอกาสปลีกตัวจากไปพร้อมประตูที่ปิดลงอีกครั้งด้วยเสียงครืดคราด ทิ้งให้ชายหนุ่มผมยาวอยู่กับตัวเองและร่มคันจ้อย เขาทอดมองมันนิ่ง ทั้งครุ่นคิด และเฝ้าปฏิเสธสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง

 

ไม่ได้... จะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด...

 

 

……………………………………

 

 

ด้านนอกหน่วย

 

เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามคาดเสียหมด ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีแดงยาวสยายบัดนี้จึงได้แต่นั่งกอดเข่าแน่นขึ้นด้วยความหนาว ร่างเขาเปียกโชกเพราะตรงนั้นไร้ที่พึ่งพาใดๆ แม้แต่ชายคายังไม่มี และเขาเองก็ไม่ได้รับอนุญาติให้เขาไปอาศัยในหน่วยอื่นยามค่ำคืนเสียด้วย เร็นจิสั่นไปทั้งร่าง ความหนาวกำลังกัดกร่อนกระดูกเขาอย่างโหดร้าย จนต้องก้มหน้าลงแล้วซุกไปกับเข่าของตัวเอง

 

นี่คงไม่ใช่คืนแรกและคืนเดียวแน่ๆ

 

หัวหน้า คงไม่หายโกรธง่ายๆ...

 

คิดพลันก็ใจหวิวแปลกๆ เร็นจิพยายามสูดลมหายใจลึกแต่ก็ได้น้ำฝนเข้ามาด้วยจนรู้สึกแสบจมูก ชายหนุ่มส่ายหน้าหนักๆและสะบัดผมไปพร้อมๆกัน แย่จริง ถ้าได้ยังรัดผมกับผ้าขนหนูคืนมาอะไรๆคงไม่รุงรังขนาดนี้

 

ซู่~~~~!!

 

เสียงฝนตกยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดซักนิด เร็นจิคิดอย่างห่อเหี่ยวระหว่างก้มหน้าลงอีกครั้ง แต่เอาเถอะ เป็นถึงรองหัวหน้า ทนพิษฝนกับหวัดอีกนิดหน่อยไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปสิฟะ!

 

แต่เอ... ทำไมตอนนี้มันแห้งๆ

 

สัญชาติยานบอกเขาเช่นนั้นหลังจากเม็ดฝนที่สาดใส่ร่างอยู่ๆก็หายไป เร็นจิขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ พลางเงยหน้าขึ้นช้าๆ

 

จนกระทั่ง...

 

“หัวหน้า...” เสียงห้าวพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

 

ร่างในอาภรณ์สีขาวทั้งชุดกำลังยืนค้ำศีรษะเขาอยู่พร้อมร่มคันหนึ่งในมือ ร่างนั้นยังคงโดดเด่นแม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดมิดยามรัตติกาล ผมสีดำขลับรับกับใบหน้านวลไร้อารมณ์ที่ก้มมองเขา แววตาฉายประกายแปลกไปเหมือนพยายามจะกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง

 

เวลา... ราวกับหยุดนิ่ง เมื่อนัยน์ตาสองคู่สบประสาน

 

“ยังจะต้องให้ข้าก้มลงไปหาเจ้าอีกหรือไง” เสียงเย็นๆเอ่ยขึ้น

 

“ม... ไม่ใช่ครับ!” รับคำพลางก็รีบลุกขึ้น

 

เร็นจิรู้สึกเจ็บแปลบที่ขาเพราะเขานั่งอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการเอาไว้ ชายหนุ่มพบว่าร่างอันเปียกโชกของเขาอยู่ไม่ห่างร่างน้อยของคนตรงหน้าเลยซักนิดจนต้องก้าวถอยหลังเพราะเกรงว่าหัวหน้าจะเปียกไปด้วย แต่ว่า... นัยน์ตาสีทับทิมก็ยังคงไม่คลาดจากใบหน้างามนั้น ใบหน้าที่บัดนี้กลับเป็นฝ่ายเบือนไปทางอื่นจนเขาแทบห้ามตัวเองไม่ได้

 

มือใหญ่ค่อยๆเอื้อมออกไป สัมผัสแก้มนวลแผ่วเบาจนเจ้าของสะดุ้งเฮือก แล้วบังคับให้ใบหน้านั้นหันมาทางเขาเล็กน้อย เร็นจิยิ้มอย่างพอใจเมื่อหัวหน้าของเขายอมทำตามแม้จะไม่สบตาด้วย

 

“หัวหน้า ไม่เห็นต้องออกมาเลยนะครับ” เสียงห้าวเอ่ยเป็นเชิงถาม

 

ร่างบางเงียบกริบ เหมือนจะไม่โต้ตอบกับเขาอีกต่อไปแล้วจนเร็นจิใจหล่นวูบ ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแต่ก็พอที่จะไม่ทำให้เบียคุยะเปียก

 

“ขอบคุณ มากนะครับ” เร็นจิพึมพำแล้วยิ้มบางๆ “แล้วก็ต้อง... ขออภัยอย่างที่สุด ที่ข้าทำเรื่องแย่ๆแบบนั้นกับท่าน ข้าไม่...”

 

“เร็นจิ” ทว่าอยู่ๆเสียงห้วนกลับตัดบททัน

 

“ครับ” คนถูกเรียกชื่อหน้าร้อนผะผ่าว ทั้งใจไม่ดีและสังหรณ์ร้ายพอๆกัน

 

“อย่าพูดถึงเรื่องนั้นให้ข้าได้ยินอีก เข้าใจมั้ย”

 

น้ำเสียงนั้นฟังดูเย็นชา แต่ก็ไม่เท่าสีหน้าที่เย็นยิ่งกว่าจนคนฟังใจเต้นรัว เร็นจิกัดฟันกรอดอย่างไม่มีทางเลือก คำพูดของหัวหน้าเมื่อครู่เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันคือคำให้อภัยหรือคาดโทษหนักขึ้น

 

ชายหนุ่มก้มหน้าลงช้าๆ ลดมือลงจากแก้มนวลของคนตรงหน้าแล้วค้อมศีรษะ

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

เบียคุยะไม่ได้พูดอะไรอีก ชายหนุ่มหมุนตัวกลับแล้วกำลังจะเดินนำเข้าไป แต่อยู่ๆเร็นจิกลับคว้ามือข้างที่ถือร่มอยู่ไว้แล้วเอ่ยหนักแน่น

 

“ให้ข้ากางให้เถอะนะครับ”

 

เบียคุยะมีสีหน้าแปลกใจแต่ก็หลุบนัยน์ตาลงต่ำเหมือนจะตกลง เพียงแต่เร็นจิไม่ยอมปล่อยมือข้างนั้นจนเขาไม่อาจปล่อยร่มได้เช่นกัน

 

“...ปล่อย”

 

คนตัวเล็กกว่าหมดความอดทนจนต้องพูด ไม่ใช่อะไร เขาเพียงแต่ไม่อยากให้เจ้าเด็กนี่เปียกฝนนานกว่านี้ก็เท่านั้น... เร็นจิรีบปล่อยมือ แล้วทำหน้าที่กางร่มขณะเดินตามหลังร่างบาง รู้สึกบอกไม่ถูกว่าควรจะดีใจหรือไม่เพราะหัวหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะพูดกับเขามากกว่านี้

 

 

ในที่สุดทั้งสองกลับมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังงาม เร็นจิเดินตามไปส่งหัวหน้าถึงหน้าเรือน เบียคุยะก้าวขึ้นไปช้าๆพร้อมกับเร็นจิที่แทบจะตามติดเพราะเจ้านายจะถูกฝนไม่ได้เป็นอันขาด ที่สุดแล้วชายหนุ่มหุบร่มลงเมื่อทั้งคู่อยู่ในเรือนรับแขกส่วนหน้า แสงไฟตรงนั้นสว่างพอที่จะทำให้เห็นกันอย่างชัดเจน

 

เร็นจิทำท่าจะส่งร่มคืนให้เบียคุยะขณะค้อมศีรษะลง แต่คำตอบกลับผิดคาด

 

“ถ้าคืนข้าแล้วจะกลับไปที่พักยังไง” เสียงเย็นชาเปรยถาม

 

“ข้าเองก็เปียกไปทั้งตัวแล้ว เปียกต่ออีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกครับ” เร็นจิตอบ

 

“เอาร่มไปด้วย แล้วก็ไปได้แล้ว”

 

คำพูดเสมือนคำสั่งทำเอาเร็นจิอึ้งเล็กน้อย ได้แต่ก้มมองร่มสีขาวในมือด้วยความรู้สึกปะปนกันไปหมดก่อนจะพบว่าร่างบางที่หันหลังให้เขากำลังจะเดินจากไปเสียแล้ว ไม่รู้อะไรดลใจ เขาถึงได้ตัดสินใจเอ่ยอะไรบางอย่าง

 

“หัวหน้าครับ!”

 

ร่างนั้นหยุด แต่ไม่ได้หันมา

 

“ถ้าคืนนี้ข้า... ไม่ได้เปียกปอนขนาดนี้ล่ะก็” รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปาก “ข้าอยากจะขอ... กอดท่าน ได้มั้ยครับ”

 

คนฟังแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เบียคุยะเบิกตากว้างอย่างนึกไม่ถึงแต่ก็ไม่ได้หันมาอีกเลย ชายหนุ่มใจเต้นแรงกว่าเมื่อครู่มากนักเมื่อเจ้าเด็กนั่นพูดออกมาถึงขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เขาพยายามสูดหายใจอย่างนิ่งที่สุดแล้วกำลังจะก้าวเท้าเดินต่อ...

 

หมับ!

 

มือเย็นๆคว้าเอวเขาไว้ ก่อนจะออกแรงแกมบังคับให้ร่างเขาหันกลับไปหา

 

พลัน... ใบหน้าคมคายโน้มลงมา ประทับรอยจูบที่ข้างแก้มนวลอย่างอ่อนโยนและเนิ่นนานโดยที่ไม่ได้รวบร่างนั้นไปไว้ในอ้อมแขนด้วยกลัวว่าจะเปียก เบียคุยะถูกรั้งไว้เพียงแค่มือใหญ่ที่สัมผัสตรงเอวบางและมืออีกข้างที่ทิ้งร่มไปแล้วยกขึ้นสัมผัสท้ายทอยอย่างนิ่มนวล

 

เร็นจิ...

 

นี่... ไม่ใช่ความฝัน... ใช่มั้ย...?

 

เบียคุยะไม่อาจห้ามเปลือกตาที่ค่อยๆปรือปิดลงระหว่างรับสัมผัสนุ่มนวลได้ มือน้อยค่อยๆเอื้อมไปกำเสื้อสีดำสนิทและเปียกแฉะของคนตรงหน้าราวกับหวังให้เขาอยู่ต่อนานอีกสักหน่อย

 

จนกระทั่ง เสียงสุดท้ายกระซิบข้างหูเมื่อสัมผัสที่แก้มหายไป

 

“ฝันดี เหมือนกับข้าเมื่อเช้า... นะครับ หัวหน้า”

 

เมื่อสิ้นคำ เจ้าของร่างสูงจึงเรียกร่มคันงามเข้ามือแล้วโดดลงจากเรือนใหญ่อย่างคล่องแคล่ว ปล่อยให้นัยน์ตาล่องลอยของคนถูกขโมยจูบเป็นครั้งที่สองมองตามไปอย่างสับสนระคนตกตะลึง

 

เด็กคนนั้น... ทำให้เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า เบียคุยะ

 

 

.................................................................

 

 

“อาบาราอิ... นี่เจ้าอาบาราอิ!”

 

“อ้าว หัวหน้าฮิสึกายะ! มาทำอะไรครับเนี่ยดึกดื่นป่านนี้”

 

“ข้ามีเรื่องจะคุย”

 

“เอ๋?”

 

“ตามมาทางนี้”

 

ว่าเสร็จร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีหิมะและดวงตาดุดันสีเขียวก็เดินนำไป เร็นจิมองตามอย่างประหลาดใจแต่ก็ตามเข้าไปยังเรือนหลังหนึ่ง ณ ที่ทำการหน่วยหกนั้นเอง

 

 

+ + + + + + + + + +

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

รุสึกว่าเจ๊จาถนัดแต่งแนวนิแฮะ รวมเล่มเรย!!
รับรองต้องมีแฟนคลับชาวสีม่วงมากรี๊ดชัวร์
แร้วจาไปเปงหน้ามาให้นะจ๊ะ

#1 By gadueb (58.136.228.25) on 2007-09-22 22:30

นึกว่าจาไม่อัพซะและ

#2 By (124.157.128.27) on 2007-09-23 11:04

เฮอๆในที่สุดเร็นก็รู้ตัวสักทีว่าทำอะไรลงไป -*-
ตอนแรกนึกว่าเบียจะปล่อยให้เร็นอยู่อย่างนั้นซะอีก -3-
กริ๊ดตอนหลังหวานจริงๆเลย >.<
ท่านเบียขาเคลิ้มไปบ่อยจังเลยนะคะ - -;
แล้วมาอัพต่อไวๆนะค้า~ ^O^

#3 By (125.24.146.77) on 2007-09-23 15:29

แล้วกริมอิจจี้ชั้นล่ะ......

#4 By B.Lucky:dream on on 2007-09-23 16:02

อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก เรนจี๊......
มาต่อเดี๋ยวนี้เลย แอร๊กกกกก
สนุกอ่า กรี๊ด กรี๊ดดดดด เลือดกระฉูด

#5 By ❤ bunny eat a ripe berry ❤ on 2007-09-23 22:57

ตกใจ ทำไมอัพแล้วแต่ไหงไม่ขึ้นว่าอัพ กลับไปไล่ดูลิสต์ อ้าว นี่ยังไม่ได้แอดfav.อีกเหรอเนี่ย พลาดไปได้ไง

สนุกมากเลยค่ะ ตอนที่อ่านอยู่นี่ฝนตกอยู่พอดี ให้อารมณ์หมาน้อยโดนเจ้าของห้ามเข้าบ้านมากๆ สุดท้ายท่านเบียก็ใจอ่อน หุๆ
เร็นจิเนี่ย พอเจ้าของกลับออกไปรับหน่อยได้ใจขึ้นมาเลยนะเรา นึกถึงน้องหมาที่บ้านตอนทำโทษ ทั้งหูตกทำหน้าตาน่าสงสาร แต่พอปล่อยออกมาจากกรงนะ ทำหน้าหลั่นล้าสุดขีด เหมือนใครก็ไม่รู้ 55
ชอบอารมณ์เรื่องนี้จังเลยค่ะ

#6 By Asana Fay on 2007-09-24 13:53

หวานมากมาย

แต่ยืนยัน กริมอุล ครับ
อ๊ากกก ~ สครีมม ~~~
มาอ่านหลังสอบนี่ให้อารมณ์ปลดปล่อยสุดยอด ^^

#8 By ★ C'HER.RIE on 2007-09-27 13:54

ชอบมากเลยเรื่องนี้อยากดูจัง

#9 By (125.27.1.252) on 2007-09-27 18:32

มาอัพตอนต่อปายด้วยน่ะคร่ะ

#10 By พลอยคร่ะ (124.157.152.178) on 2007-10-03 20:17

หุหุ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไม่เปียก -*-

555+ อิอิ อัพต่อด้วยน๊า ^^

#11 By คนอ่าน (58.64.102.20) on 2007-10-08 20:18

มาต่อทีสิคร่ะรอจนเริ่มจะลงแดงแล้วอ่า

#12 By พลอยคร่ะ (124.157.132.183) on 2007-10-12 00:38

หนุกดีอะ เด๋วอ่านอีกเหอๆๆๆ

#13 By ปู่เทะคับ (124.121.124.37) on 2007-11-17 02:18

ต้องแบบนี้เร็นจิ จู่โจมไปเล้ย!!!
แถมพ่อบ้านยังเป็นใจให้ท่านเบียอีกต่างหาก เรื่องศักดิ์ศรี เกียรติยศในสมัยนี้ก็ควรลดลงได้เเล้วสินะ อยากอ่านต่อเร็วจังเลย รออยู่นะค่ะ

#14 By akisa_chan (58.136.228.6) on 2007-12-15 01:24