[Fic Bleach] The wolf and the Moon - Renji x Byakuya - ch04

posted on 01 Sep 2007 12:54 by siriusblack99

Type : Fan fiction
Fandom : Bleach
Title : The wolf and the Moon
Pairing : Renji x Byakuya
Writer : ZENITH ©
** YAOI WARNING **

…………………………………………………

 

 

(4) ความฝัน

 

 

หลายชั่วโมงผ่านไปจนเกือบครึ่งวัน บัดนี้ร่างสูงสง่าเจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งกำลังย่างก้าวช้าๆไปตามทางเดินโล่งที่ทอดไปสู่สถานที่อีกแห่ง การสนทนาที่เพิ่งจะผ่านพ้นมาไม่นานระหว่างเขาและสหายสนิทยังคงดังก้องไปมาในหัว เป็นผลให้คนที่ไม่เคยวุ่นวายใจอย่างคุจิกิ เบียคุยะ ไม่อาจตั้งสมาธิให้มั่นคงดังเดิมได้

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า... ยาก

 

การควบคุมตัวเอง ที่คนอย่างเขาเคยทำได้เป็นเลิศ

 

สายตาแทบจะไม่ได้จับจ้องทางเดินจนไม่รู้ว่าเดินผิดเลี้ยวถูก คางสวยๆของท่านเจ้าบ้านคุจิกิไม่ได้เชิดอยู่เหนือแนวระนาบเหมือนอย่างเคยเพราะใบหน้างดงามและดวงตาคู่คมบัดนี้ทอดไปไกลเกินกว่าจะมีอะไรมาดึงดูดเอาไว้ได้ เว้นก็แต่...

 

‘สนใจเด็กคนนั้น งั้นสินะ?’

 

คำถามจากอุคิทาเกะ ที่ทำเอาเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกในวินาทีแรก แต่ก็พยายามหาคำตอบที่คิดว่าเหมาะสม

 

‘ถ้าในแง่การใช้กำลังและพลังยมทูต คงไม่มีใครที่ไม่คิดว่าอาบาราอิ เร็นจิ ไม่น่าสนใจ’

 

‘ข้าไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น เบียคุยะ’

 

‘ถ้าเช่นนั้น?’

 

‘ข้าหมายความว่า เจ้าน่ะ... ชอบเด็กคนนั้นอยู่ใช่ไหม?’

 

คำถามนั่น ตรงไปตรงมา... ตรงเสียจนคนที่หน้าเชิดตลอดเวลาต้องก้มหน้าหนีสายตาแปลกๆที่อีกฝ่ายจ้องมาไม่คลาด เขาไม่ได้สบตาอุคิทาเกะอีกเลยนับแต่นั้น และแน่นอน ไม่ได้สบกับแววระริกบางอย่างที่อ่านไม่ออกจากสหายสนิท

 

เฮ้อ...

 

ชายหนุ่มผมดำถอนใจเป็นครั้งที่สิบ ทั้งๆที่คนอย่างเขาอย่างมากก็แค่เบือนหน้าจากสิ่งที่ทำให้อ่อนใจแล้วก็เดินจากไปเฉยๆ เขาไม่เคยกระวนกระวาย หรือมีความรู้สึกใดๆในทำนองนั้นมาก่อน เว้นก็แต่ในตอนนี้...

 

ตอนที่จะไปตามเร็นจิกลับ

 

อันที่จริงปล่อยเป็นหน้าที่คนอื่นก็ได้ ไม่รู้ทำไมอยู่ๆเบียคุยะจึงเอ่ยปากลาอุคิทาเกะ ขอบคุณสำหรับหลายๆเรื่องโดยเฉพาะ ‘คำปรึกษา’ ที่ได้รับ จากนั้นก็จากมาพร้อมความคิดที่เขาเองคิดว่าไม่ค่อยจะเข้าท่านัก

 

เขาไม่เคยต้องออกมาตามหาใครด้วยตัวเองมาก่อน

 

แน่นอน ชนชั้นขุนนางอย่างเขาน่ะหรือ?... คิดเสร็จก็เกือบจะตัดสินใจเดินกลับ แต่ขาเจ้ากรรมดันเดินต่อ ทำให้หลังจากนั้นไม่นาน เบียคุยะพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ ณ ทางเข้าโรงฝึกกลางแจ้งของหน่วยพิทักษ์ที่สิบสาม

 

 

……………………………………

 

 

บัดนี้ เบื้องหน้าเขามียมทูตสองตนคอยเฝ้าประจำการเหมือนตอนขามา ทั้งสองโค้งคำนับให้เขา ชายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงเข้าไป

 

พลันปรากฏให้เห็นทุ่งโล่ง สายลมเย็นพัดเข้ากระทบใบหน้าขาวจัดและร่างเพรียวบางภายใต้เครื่องยศของหัวหน้าหน่วย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เฝ้ามองหมู่เมฆที่เคลื่อนอย่างเอื่อยเฉื่อยบนเส้นขอบฟ้าที่ทอแสงสีทองปนม่วง เขาไม่ได้เห็นท้องฟ้าเช่นนี้มานานมากแล้ว... นาน... จนเกือบจะลืมว่ามันเคยงดงามเพียงใด และพื้นหญ้าเขียวขจีที่ให้ความรู้สึกสบายตาก็ทำให้รู้สึกถึงความเป็นอิสระจากห่วงโซ่อันแน่นหนา หลุดพ้นจากเรื่องมากมายที่กำลังกวนใจเขา

 

ถ้าได้อยู่ในที่แบบนี้ นานอีกซักหน่อย... ก็คงดี

 

ดีจริงๆสินะ เร็นจิ?

 

แต่แล้วในตอนนั้นเอง ดวงตาสีเงินกลับหยุดชะงักอยู่ที่อะไรบางอย่าง... อะไร... ที่อยู่บนพื้นหญ้าเขียวชะอุ่ม

 

ร่างสองร่างที่มองปราดเดียวก็คุ้นเคย คนหนึ่งเป็นเด็กสาวในชุดยมทูต กำลังนอนเหยียดยาวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเนินเตี้ยๆ หล่อนหลับสนิท ส่วนที่ข้างๆห่างออกไปพอสมควร อีกร่างหนึ่งกำลังเหยียดกายนอนเช่นกัน โดยที่มือทั้งสองประสานไว้ตรงท้ายทอย ผมสีแดงสดยังคงปล่อยสยายแปลกตาแต่นั่นไม่ได้ทำให้สัญชาติญาณของเบียคุยะคลาดเคลื่อน

 

เร็นจิ... ที่กำลังหลับ

 

คิดพลันก็เกือบจะต้องกุมขมับ เมื่อเจ้าเด็กผมแดงนั่นดันมาหลับอู้งานอีกแล้ว และที่สำคัญ ไม่ใช่กับใครนอกจากน้องสาวของเขา

 

สองคนนั่น มีความสัมพันธ์กันยังไงนะ...?

 

คำถามที่อดถามตัวเองไม่ได้อยู่หลายครั้งหลายครา ตั้งแต่เมื่อเร็นจิตัดสินใจหันดาบเข้าใส่เขาเพื่อปกป้องเจ้าหล่อน เขาไม่นึกเกลียดลูเคียแม้แต่น้อยแม้หล่อนจะเป็นคนที่เร็นจิ ‘เลือก’ ที่จะปกป้อง เพราะอย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาเองปรารถนาเช่นกัน หากแต่... เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ก็อดหวั่นไหวไม่ได้

 

เร็นจิ... คงจะผูกพันธ์กับลูเคียมาก และแน่นอน ยาวนานกว่าเขา

 

แล้วตัวเขาล่ะ เจ้าเด็กนั่น... จะมองว่ายังไง

 

เบียคุยะหลุบนัยน์ตาลงต่ำ จมอยู่ในห้วงความคิดของตนเองเพียงครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจก้าวลงไปบนพื้นหญ้าที่ไม่เคยเหยียบย่ำ สาวเท้าไปตามเนินที่ลาดลงเพื่อมุ่งไปหาเจ้าหมาน้อยขี้เซาของเขา

 

ระหว่างนั้นใจที่เต้นแรงก็แทบจะระเบิดออก

 

แน่นอน คนอย่าง คุจิกิ เบียคุยะ ไม่เคยต้องลดตัวลงมาปลุกเจ้าหมาน้อยตัวนั้นเพียงเพราะมันนอนหลับไม่เป็นที่แถมผิดเวลาจนไม่น่าให้อภัย นี่เป็นครั้งแรก ที่ชายหนุ่มผู้งดงามตัดสินใจลงมือทำอะไรต่ออะไรด้วยตัวเองเพื่อรองหัวหน้าของเขา แม้มันจะเป็นเพียงการปลุกก็ตาม

 

ในที่สุดแล้ว ร่างบางหยุดยืน ณ ใต้ต้นไม้ร่มรื่น รู้สึกถึงความเย็นสบายที่เป็นคำตอบให้เขาได้ว่าเหตุใดทั้งสองคนจึงเลือกทำเลที่ดีอย่างนี้ แต่นั่นไม่สำคัญ เท่ากับร่างที่นอนเหยียดยาวโดยใช้มือทั้งสองประสานไว้ตรงท้ายทอย

 

เด็ก... ยังเด็กมาก

 

เบียคุยะเปรยในใจ เมื่อสังเกตสีหน้าผ่อนคลายและอ่อนวัยของคนตรงหน้า เขาไม่เคยลืมว่าถึงเร็นจิจะมีร่างกายกำยำสูงสง่า แต่อายุของเขาก็พอๆกับลูเคีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิสัย ที่ชอบเล่นเป็นเด็กๆและออกจะวางท่านักเลงหัวไม้อยู่เป็นประจำ

 

ไม่นึกว่าตอนหลับ เจ้าเด็กนี่จะ...

 

แต่ก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้เพียงเท่านั้นพร้อมอาการส่ายหน้าช้าๆเพื่อไล่ความคำนึงคิดทั้งหลายออกไปจากสมองก่อนที่มันจะกลายเป็นความหมกมุ่น สายลมหอบเอาความหนาวเย็นมาต้องร่างจนชายหนุ่มผู้สง่างามต้องยกมือขึ้นลูบแขนเย็นเฉียบของตัวเอง ใบหน้าขาวจัดเบือนจากไป พร้อมกับทอดมองขุนเขาสูงใหญ่ที่ห่างออกไปมาก

 

น่าอิจฉา สายลม...

 

ที่ไม่ว่าจะพัดไปทางใดก็ไร้ซึ่งอุปสรรคขัดขวาง แตกต่างจากตัวเขา... การอยู่ภายใต้นามแห่งตระกูลคุจิกิ ใช่ว่าจะง่ายดายและมีใครเทียบเสมอได้ บางครั้งเขาอึดอัดและถึงกับต้องเก็บตัวอยู่คนเดียวบ่อยๆ ชีวิตของชนชั้นขุนนางนั้นหาได้มีแต่เพียงความสุขสบาย หากแต่อยู่ภายใต้ความกดดันอันแสนโหดร้ายและมืดมน

 

เขาเบื่อเต็มที... อยากจะไปให้พ้นๆ

 

แต่ใครบางคนก็มักจะเอ่ยปากถามอยู่เสมอว่า...

 

‘หัวหน้า เป็นอะไรหรือเปล่าครับ’

 

‘หัวหน้า สบายดีแน่นะครับ’

 

‘หัวหน้า จะให้ข้าทำอะไรให้ไหมครับ’

 

คำถามเหล่านี้ไม่เคยขาดปากรองหัวหน้าของเขา ไม่ว่าจะเป็นเช้าสายบ่ายเย็น ยามเห็นเขานั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวหรือมีเรื่องกลุ้มใจ เร็นจิมักจะเป็นคนแรกที่เข้ามาถามไถ่แม้บางทีเจ้าตัวจะออกอาการเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้น...

 

ข้า... ก็ยังมีเจ้าเสมอสินะ...

 

เจ้าคนเดียว ที่คงไม่จากไปไหน...

 

เพียงแต่ข้า...

 

...บัดนี้ร่างบางเริ่มย่อตัวลงบนพื้น ดวงตาคู่งามเบือนกลับมาจับจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ของชายหนุ่มผมแดงที่ยังคงหลับสนิท หัวใจที่เคยเต้นแรงเริ่มสงบลงอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากบางขยับออกเป็นรอยยิ้มเอ็นดูเหมือนเจ้าของกำลังจ้องมองลูกหมาน้อยแสนรักเป็นครั้งแรก มือบางค่อยๆเอื้อมออกไป สัมผัสหน้าผากที่มีรอยสักและยังอุ่นอยู่ พร้อมทั้งเส้นผมสีแดงยาวสยายที่ไม่เคยแตะต้องมาก่อน

 

หลับเสียเถอะ เร็นจิ...

 

หลับให้สบาย และอย่าลืม... อย่าทอดทิ้งข้าไปไหน...

 

 

……………………………………

 

 

...หลายอึดใจต่อมา เบียคุยะเริ่มยิ้มหยันให้กับตัวเอง แล้วตัดสินใจลุกขึ้น ตอนนี้สมควรแก่เวลาที่เขาจะกลับ อีกอย่าง หากใครมาเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่แล้วล่ะก็...

 

แต่แล้วอยู่ๆ เมื่อมือขาวจัดกำลังจะละจากหน้าผากของคนตัวใหญ่กว่า

 

หมับ!

 

เบียคุยะเบิกตากว้างเมื่อมือใหญ่ของคนตัวสูงเอื้อมมารั้งมือเขาไว้ ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ ไม่แน่ใจนักว่าเร็นจิกำลังมีสติอยู่ หรือเพียงแค่ละเมอออกมาเท่านั้น ทว่ายิ่งพยายามจะชักมือกลับ มือใหญ่ก็ยิ่งบีบแน่น

 

“อื้อ...” เบียคุยะออกแรงดึงเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ ทว่าสิ่งต่อมาที่เขาได้ยิน...

 

“...หัวหน้าครับ...” เสียงห้าวพึมพำออกมาแผ่วเบา

 

ละเมอ...?

 

“หัวหน้า... อย่าเพิ่งไปสิครับ...”

 

เบียคุยะหน้าร้อนวูบ ยิ่งพยายามออกแรงดึงทว่าเรี่ยวแรงทั้งหลายราวกับหายวับไปชั่วขณะ

 

ไม่นะ... แบบนี้ไม่ดีแน่

 

“...หัวหน้า อยู่กับข้าก่อนนะครับ...” คนละเมอยังว่าต่อจนคนถูกเรียกให้อยู่หน้าแดงกว่าเดิม

 

“เร็นจิ... ปล่อยนะ!” เบียคุยะเริ่มพึมพำด้วยความตกใจ

 

“หัวหน้า... ได้โปรด อย่าไปเลยนะครับ อย่าไป...”

 

ตุบ!

 

พลันสิ้นคำ ร่างบางก็ถูกเหวี่ยงกดลงบนพื้นหญ้าโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสีเงินเบิกค้างด้วยความหวาดหวั่นระคนตกใจ เบียคุยะพยายามดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งของคนตัวโตพร้อมกับออกปากร้อง

 

“เร็นจิ ปล่อย!”

 

แต่ร้องไปก็เท่านั้น เมื่อใบหน้าคมคายที่ยังละเมอหลับโน้มเข้ามา กระซิบถ้อยคำหวานข้างหูจนคนถูกกอดหน้าร้อนวูบ

 

“ข้า... รักหัวหน้า...”

 

ใจดวงน้อยกลับมาเต้นแรงอีกครั้งเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำ แม้จะเป็นคำพูดที่ไร้สติของคนละเมอแต่นั่นไม่สำคัญ เมื่อริมฝีปากของคนตรงหน้าประกบลงมาอย่างนุ่มนวลเป็นครั้งแรก

 

เร็นจิ...

 

เบียคุยะกระพริบตาถี่ๆ เรี่ยวแรงที่เคยใช้ดันแผ่นอกกว้างให้ผละจากไปบัดนี้เริ่มหมดลงเหมือนถูกอะไรบางอย่างดึงดูด ผมสีดำสนิทแผ่สยายบนผืนหญ้าโดยมีผมสีแดงเพลิงของอีกคนทาบทับ สัมผัสอ่อนโยนกำลังพาจิตใจให้ลอยละล่องและโผบินไปไกลเกินจะชักกลับ

 

เร็นจิ... ทำไม...?

 

ทำไมถึง...

 

เบียคุยะพยายามจะคิดว่าสิ่งนี้คือความฝัน ทั้งคำพูดประโยคสุดท้ายนั่น รวมทั้งการกระทำอุกอาจที่รองหัวหน้าของเขากำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตา แต่เขากลับไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของคนด้านบนได้

 

อย่าเพิ่งตื่น... อย่างเพิ่งตื่นจากฝันนี้เลย

 

ขอให้มัน ดำเนิน... ต่อไป นานอีกนิด...

 

“ข้ารักท่าน...”

 

คำหวานยังกระซิบไม่ขาดเมื่อเจ้าตัวถอนริมฝีปากออก แล้วเปลี่ยนมาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน เบียคุยะแนบใบหน้าไปกับแผ่นอกกว้างอย่างไม่มีทางเลือก ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับจากอ้อมกอดเช่นนี้ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธ

 

เร็นจิ... ข้า...

 

ทว่าในวินาทีนั้นเอง สัญชาติญาณแสนไวบอกกับท่านเจ้าบ้านคุจิกิว่า บัดนี้กำลังมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เขา ใบหน้างามเบือนไปรอบๆจนกระทั่ง...

 

ลูเคีย!

 

เบียคุยะพบว่าเด็กสาวตื่นขึ้นมาแล้ว เมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้ เจ้าหล่อนยกมือขึ้นปิดปาก ใบหน้าแดงเรื่อไม่ทราบสาเหตุขณะจ้องมองฉากรักที่ไม่ได้ตั้งใจตรงหน้า ทำเอาผู้เป็นพี่ชายเริ่มมีใบหน้าแดงก่ำพอกัน

 

เห็นจนได้...!!

 

สองสามวินาทีผ่านไปในความเงียบและอ้อมแขนแกร่งของท่านรองหัวหน้าก็ยังคงไม่ยอมปล่อย สองสามวินาทีที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ...

 

“วิถีผนึกที่สามสิบสาม...!!”

 

ตูม!!!

 

เพียงชั่วพริบตา ร่างใหญ่กระเด็นหวือไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ต้นข้างๆอย่างแรง! ผลจากแรงอาคมทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเร็นจิยังไม่มีโอกาสได้สติคืนมาเลยด้วยซ้ำเพราะตอนนี้ก็คงจะสลบไปแล้ว ส่วนคนต้นเรื่องก็ยังคงนอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้า

 

นอนบนพื้นหญ้า... ไม่เคยมาก่อนเลยสินะ...

 

เขาไม่เคยรู้สึกถึงผืนหญ้านุ่มใต้แผ่นหลังเช่นนี้ เบียคุยะที่เคยเบิกตาค้างบัดนี้ค่อยๆปรือนัยน์ตาลงอย่างช้าๆ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมกับรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่ยังคงครอบคลุมร่างไว้แม้เจ้าของไออุ่นนั่นจะกระเด็นไปไกลแล้ว

 

ไม่น่าเลย...

 

ไม่น่ามาที่นี่ตั้งแต่แรก...

 

คิดพลันก็ยิ่งข่มลงให้หลับ ก่อนจะตัดสินใจยืดกายขึ้นแล้วยืนอย่างสง่างามตามเดิม สายตาปรายลงมองร่างน้องสาวที่จ้องร่างของคนหมดสติด้วยความตกใจ

 

“ลูเคีย” เสียงเรียบห้วนเอ่ย

 

“...คะ... ท่านพี่” เด็กสาวอ้ำอึ้งเมื่อเบือนหน้ากลับมาหาชายหนุ่มสูงศักดิ์

 

“เสร็จงานที่หน่วยของเจ้าแล้ว งั้นสินะ” เบียคุยะเปรยถาม

 

“ค่ะ...” ลูเคียก้มหน้าก้มตาตอบโดยไม่สบสายตาพี่ชาย

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” กล่าวพลางเริ่มหมุนตัวหันหลังกลับ ท่าทางเยือกเย็นเข้ามาแทนที่ได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ลูเคียจ้องมองคนไร้สติกับพี่ชายผู้กำลังจะเดินจากไปสลับกันด้วยความสับสน จนกระทั่งเสียงหนึ่งลอยมาตามลม

 

“ฝากบอกสหายของเจ้าด้วย ว่าตั้งแต่วันนี้ อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

 

วูบบบ....

 

พลันร่างสูงสง่าก็หายวับไป พร้อมสายลมและกลีบดอกซากุระ

 

“...ท่านพี่...” เด็กสาวพึมพำเงียบๆอย่างผิดหวัง ก่อนจะเหลียวไปมองร่างสิ้นสติของสหายที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับแม้แต่น้อย

 

เจ้านั่น... ถ้าตื่นมาแล้วรู้ว่าทำอะไรลงไปล่ะก็...

 

เฮ้อ...

 

ลูเคียถึงกับถอนใจแทนอย่างยากลำบาก พลางก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหาเร็นจิที่สลบไสลไม่รู้เรื่อง จิตใจอันวุ่นวายกำลังก่อกวนเธอเช่นกัน เมื่อสายตาและภาพอันชัดเจนบ่งบอกเธอเช่นนั้นว่า...

 

ท่านพี่... หน้าแดง...?

 

 

+ + + + + + + + + +

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ในที่สุดก็มาต่อแล้ว ^.^
อ๊าก~เร็นจิทำอะไรลงไปเนี่ย
ถ้าเร็นจิตื่นแล้วรู้ว่าตนเองทำอะไรลงกับเบียคุยะจะรู้สึกไงน้อ~
เอามาต่อไวๆนะคะ ^^

#1 By (125.24.139.226) on 2007-09-01 14:37


โฮกกกกกกกกกกกกกก ไอ้ตัวอ้วน

*ใกล้สอบแร้น มัวแต่ทำไรเนี่ยเทอ

อย่าลืมตั้งใจอ่านหนังสือนะจิส์...

#2 By Penguin* (124.121.61.182) on 2007-09-01 15:23

ต่อแล้ว ๆ น่ารักคร้าบน่ารัก

แต่อยากได้ กริมxอุล อ่ะทั่น T_T
โหย...อ่านถึงตอนท่านเบียบอกว่า ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแล้วปวดใจจี๊ด...ท่านเบียอ่ะ ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลย สงสารน้องหมาตาแดงๆออก

แต่ก็รู้สึกว่าท่านเบียก็สับสนกับตัวเองพอสมควร...คงยังติดใจว่านั่นมันเป็นแค่คำละเมอหรือความรู้สึกจริงๆของเร็นจิ กับเรื่องเร็นจิกับลูเคียด้วยสินะ

อารมณ์เรื่องให้จังหวะดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วอิน รออ่านต่อนะค้า

#4 By Asana Fay on 2007-09-01 23:01

แต่งแฟนฟิคด้วย โอ้ววว อึ้ง 55+

มาแอดเน่อ ^^
สมกับเป็นประธานสมาคมชาวสีม่วงห้อง 1 จิงๆ ......... วันๆ ทามอารายบ้างหา?

#6 By gadueb (58.136.224.226) on 2007-09-05 20:29

=____________=;;;

หน้ายืด55555+

พี่เซนนนน

อัพพี่เบีย เร็นจิก็ดีอยู่หรอก

แล้วตอนพิเศษบลัดวอร์ล่ะTT[]TT!!

ฮือๆๆๆๆๆ วิกเตอร์~~~

#7 By ۞† 朽木 白姫 †۞![Sh!Ra]! on 2007-09-06 21:27

ชอบมากๆเอามาต่อเร็วๆน่าเราอยากอ่านอีก

#8 By Phango_Robin_jang!!!! on 2007-09-09 15:04

ต่อด้วยคร่า

#9 By ploy คร่ะ on 2007-09-10 20:11

มาต่อสักทีสิคร่ะ

#10 By (124.157.132.212) on 2007-09-11 20:32

ทามไมไม่อัพซักทีง่าอยากอ่านต่อแล้ว

#11 By พลอยคร่ะ (124.157.128.27) on 2007-09-18 22:11

จะไม่อัพและหรอ

#12 By (124.157.128.27) on 2007-09-20 18:34

นี่แกทำอะไรลงไปรู้ตัวมั๊ยเร็นจิ
โอ๊ยยยวันหลังอย่าแค่ละเมอสิ
ของพรรค์นี้มันต้องตอนมีสติถึงจะดี

#13 By yuhankung on 2007-09-21 20:32

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อาบาราอิ เร็นจิจูบท่านเบียคุยะตอนละเมอหรือนี้ แถมท่านเบียก็เคลิ้มตามซะด้วย มีลุ้นๆต้องรอให้กำแพงในใจท่านแพงพังลงมาสักหน่อยเเล้วใครจะพังล่ะ รอดูต่อไปจ้า

#14 By akisa_chan (58.136.228.6) on 2007-12-15 01:06

อ่านไป เขินไป หุหุ นึกว่าตัวเองเป็นพี่เบีย

#15 By กุ๊ก (58.8.190.71) on 2008-05-21 13:40