[Fic Bleach] The wolf and the Moon - Renji x Byakuya - ch01

posted on 24 Jun 2007 17:04 by siriusblack99

Type : Fan fiction
Fandom : Bleach
Title : The wolf and the Moon
Pairing : Renji x Byakuya
Writer : ZENITH ©
** YAOI WARNING **

…………………………………………………

 

(1) ซากุระ

 

 

ข้า... จะต้องก้าวข้าม...

 

ข้าจะต้องก้าวข้ามคนคนนั้นไปให้ได้

 

ข้าปฏิญาณเช่นนั้น นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ข้าได้สัมผัส... พลัง... พลังกดดันมหาศาลที่ข้าไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงว่าสักวันจะมี พลังมากมายที่ดึงดูดและตราตรึงสายตาข้าไว้กับชายผู้เป็นเจ้าของ

 

คนผู้นั้น... คนที่ข้าเฝ้าไขว่ขว้ามาตลอด

 

ข้าเคยหมายมั่นว่าสิ่งที่ต้องการแท้จริงแล้วคือชัยชนะ ที่ได้อยู่เหนือคนคนนั้นและข้าคือผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ข้าจะได้ลูเคียคืนมา และทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม หากแต่ยามข้าไต่เต้าขึ้นมากระทั่งเกือบจะถึงจุดหมาย...

 

ก็กลับต้องหยุดชะงัก เพียงเพราะดวงตาคู่นั้น

 

ดวงตาสีเงิน ไร้อารมณ์ และความรู้สึก ดวงตาอันเป็นของบุรุษผู้งดงามดั่งแสงจันทราใต้ท้องฟ้ายามราตรี ดวงตาที่ไม่เคยหันมองข้าแม้จะพยายามเพียงใด

 

หัวหน้า... คุจิกิ

 

ครั้งแรกที่เราพบกัน… ข้าเป็นเพียงแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า สะเออะเข้าไปเรียนในสถาบันฝึกสอนยมทูต แถมอยู่ๆก็พรวดพราดเข้าไปด้วยความดีใจและไร้มารยาทเพียงเพราะได้เลื่อนขั้น อยากประกาศใส่ยัยลูเคียให้สะใจเล่น

 

แต่บรรยากาศที่ข้าได้พบกลับผิดคาด เมื่อเบื้องหน้าคือชายคนหนึ่งกับคนรับใช้ซึ่งกำลังสนทนาบางอย่างกับลูเคียสหายข้า... ก้าวแรกที่สัมผัส คือพลังมหาศาล พร้อมกับดวงตาคมกริบที่ไม่แม้แต่จะตวัดมามองข้า เพียงแต่ทอดผ่านไปอย่างไร้ความสนใจราวตัวข้าเป็นเพียงอากาศธาตุ

 

เจ้านั่น... คำแรกก่นด่าในใจข้า รู้สึกเหมือนถูกหยามเหยียด

 

ทว่ายามร่างนั้นย่างกรายเข้ามาใกล้ ใจกลับเต้นแรงอย่างไร้สาเหตุเมื่อแวบหนึ่งที่ดวงตาคู่นั้นเบือนมามองโดยไม่ทันตั้งตัว

 

มันช่าง... งดงาม

 

ดวงตาเย็นชา ไร้วี่แววความหมาย อีกทั้งใบหน้าขาวสะอาดอย่างคุณชายจากตระกูลชั้นสูงทำให้ข้าไม่อาจมองตอบ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ

 

ทำไมนะ?

 

ทำไม ท่านถึงทำให้ข้าเป็นแบบนี้

 

และยังคงเป็นตลอดทุกวินาทีที่พบหน้าท่านหรือเดินตามแผ่นหลังงามสง่าของท่านยามออกปฏิบัติภารกิจหลังจากที่ข้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าหน่วยหก

 

ตอบข้าสิ ท่านหัวหน้าหน่วย คุจิกิ เบียคุยะ...

 

 

……………………………………

 

 

ภายใต้ราตรีอันเงียบเหงา

 

สายลมหอบกลิ่นอายธรรมชาติยามดึกมาต้องจมูกของผู้ที่ยังคงสติอยู่ ร่างสูงหาได้สวมเครื่องแบบรองหัวหน้าอย่างเคย หากแต่อยู่ในชุดสบายๆสีอ่อน ผมสีแดงจัดรวบหลวมๆไว้ด้านหลังทำให้มันมองดูยาวกว่าปกติและมีส่วนมากปรกลงมายังดวงตาสีเข้มที่มักจะส่องแววนักเลงหัวไม้อยู่เสมอ ทว่าเวลานี้... มันว่างเปล่า

 

อาบาราอิ เร็นจิ ผู้รั้งตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยหกกำลังยืนพิงเสาไม้ต้นใหญ่หน้าที่พักของเขา สายตาทอดมองไปไกลอย่างไร้จุดหมายทั้งๆที่จุดประสงค์ของเขาในคืนนี้คือการรอคอยใครคนหนึ่ง คนที่อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามายืนคอยอยู่เช่นนี้ทุกค่ำคืน

 

ชายผู้ชอบการเดินเล่นตอนกลางคืนคนนั้น

 

จะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ท่านเจ้าบ้านคุจิกิคนปัจจุบัน

 

คุจิกิ เบียคุยะ

 

มันเป็นภาพที่ควรแค่แก่การจดจำยิ่งนัก เมื่อร่างที่สูงน้อยกว่าเขานิดหน่อยย่างก้าวออกมาจากที่พำนักหลังงามที่อยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ เคลื่อนกายเชื่องช้าท่ามกลางแสงจันทร์ ผ่านต้นซากุระแสนสวย และมายืนอยู่หน้าเนินเตี้ยๆที่เขาสามารถมองเห็นได้จากตำแหน่งนี้ ถึงจะอยู่ไกลลิบแต่เร็นจิก็ไม่เสียดาย

 

มันช่างเป็น... ภาพอันงดงาม

 

ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามสายลมอ่อนๆปราศจากปิ่นเค็นเซย์คัน เครื่องแต่งกายเป็นเพียงชุดสีขาวตัดกันและทำให้ร่างนั้นมองดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทว่าใบหน้าที่งดงามราวอิสตรีกลับไม่ได้ฉายแววแห่งความสุข อันที่จริง มันไม่เคยเป็นเช่นนั้น นับแต่เขาเคยพบพานมา

 

สิ่งที่เขารู้คือท่านเจ้าบ้านเคยเสียภรรยาไป ตัวเขาอาจไม่เข้าใจว่าคนผู้นั้นจะรู้สึกอย่างไรเพราะเขาไม่เคยสูญเสียเช่นนั้น อาจจะเพราะเขาไม่เคยรักใครจริงจัง และการเสียลูเคียไปในสถานะเช่นนั้นมันย่อมต่างกัน

 

คงจะ... เศร้ามากสินะ

 

เร็นจิบอกตัวเอง พร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบที่ไม่เคยคุ้น

 

บัดนี้ชายหนุ่มถอนใจยาว ป่านนี้หัวหน้าน่าจะมาได้แล้วเพราะนี่เป็นเวลามาตรฐานที่เขาเคยบันทึกไว้และท่านก็มักจะตรงเวลาเสมอ การทำแบบนี้มันเรียกว่าโรคจิตหรือเปล่านะ? เที่ยวแอบถ้ำมองชาวบ้าน

 

ยิ่งถ้ายัยลูเคียมาเจอเข้า คงโดนล้อแหงๆ

 

คิดพลางก็ยกมือขึ้นขยี้ตาเล็กน้อย อ้าปากหาวด้วยความงัวเงียที่เริ่มจู่โจมโดยไม่ตั้งตัว เร็นจิขยับกายแล้วบิดไปมา หลับตาลงแล้วยกมือขึ้นขยี้หนักๆอีกหน

 

“เฮ้ย! เจ้าหัวแดง มาทำอะไรป่านนี้น่ะ!”

 

เหอ....??

 

เสียงนี่มัน....!

 

“ค... คุณ... คุณอิกคาคุ!” เร็นจิตาเบิกโพลงพร้อมหันขวับไปหาต้นเสียงที่มาเงียบๆทางด้านหลัง ทำให้พบกับชายหัวเหม่งเป็นมันวาว แต่มีฝีมือเหนือกว่าเขามากนัก (และมักจะหัวเสียเสมอเวลามีใครเรียกว่าเจ้าเหม่ง)

 

“ว่าไง! ไอ้หนูหัวแดง มาทำไมตรงนี้หา!” เสียงคำรามถาม

 

“ชู่ววว! เบาๆสิ เดี๋ยวใครๆก็ตื่นหมดหรอก!” เร็นจิรีบร้องห้าม “ขะ... ข้าก็แค่ นอนไม่หลับ เลยออกมาเดินเล่นเท่านั้นเอง”

 

“แถวนี้เนี่ยนะ ปกติเจ้าน่ะหลับเป็นตายไม่ใช่รึไง!” อิกคาคุว่า “มาด้อมๆมองๆ น่าสงสัยชะมัด มีอะไรปิดบังข้ารึ!”

 

“มะ... ไม่มี! ไม่มีซะหน่อย!” เร็นจิใจเต้นแรง ภาวนาขออย่าให้คนที่เขาเฝ้ารอออกมาตอนนี้ ไม่เช่นนั้นคงถูกเจอเอาแน่ๆ

 

“งั้นเรอะ” อิกคาคุหรี่ตาลง “ถ้าไม่มีก็แล้วไป หมู่นี้มีพวกน่าสงสัยเยอะ แต่ถ้าเป็นเจ้าล่ะก็”

 

“ไม่มีทางหรอกน่า” เร็นจิฉีกยิ้ม

 

“ฮึ่ย!” อิกคาคุพ่นลมทางจมูกอย่างไม่พอใจ “แล้วเจ้าน่ะ เห็นเจ้ายูมิจิกะบ้างรึเปล่า”

 

เร็นจิขมวดคิ้ว “ไม่เห็นนี่ คุณยูมิจิกะหายไปเรอะ?”

 

“ไม่รู้หายหัวไปไหน บอกจะไปทำธุระ เอาป่านนี้แล้วยังไม่กลับเลย” อิกคาคุว่าพลางกลอกตาอย่างเหลืออด “คงไปเถลไถลอยู่แน่ๆ”

 

“ไม่หรอกมั้ง” เร็นจิยิ้มแห้งๆ

 

“ใครจะไปรู้เล่า ก็มัน... “ ทว่าอยู่ๆเสียงเข้มก็ขาดหายไป พร้อมกับสายตาของชายหัวเหม่งที่เบือนข้ามไหล่เร็นจิ มันค่อยๆเบิกกว้างขึ้น ก่อนอิกคาคุจะเอ่ยปากด้วยเสียงกระซิบ

 

“เฮ้ยๆ ดูสิ นั่นหัวหน้าคุจิกินี่นา!”

 

เท่านั้นเองเมื่อสิ้นเสียงอิกคาคุ เร็นจิขนลุกซู่โดยไร้สาเหตุก่อนจะตัวแข็งทื่อไป ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ปากอ้าพะงาบๆทว่าไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมา รวมๆแล้วเขาดูตกใจสุดขีดทั้งๆที่ยังไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ ทำเอาอิกคาคุต้องเบือนสายตากลับมาแล้วจ้องมองชายหนุ่มหัวแดง

 

“เฮ้ย! เจ้าบ้า! เป็นอะไรไป”

 

“ปะ... เปล่า!” เร็นจิพูดตะกุกตะกัก แต่เขาก็ค่อยๆหันไปยังต้นเหตุที่ทำให้ตัวเองแข็งทื่อ

 

มาแล้ว... เหรอครับ...

 

ภาพที่เห็นไกลลิบออกไป คือร่างหนึ่งที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเตี้ยๆใต้ต้นซากุระงาม แสงจันทร์ส่องอาบร่างนั้นทำให้เห็นเสี้ยวหน้าขาวสะอาดแสนงดงามและเรียบเฉย บนศีรษะและตลอดร่างปราศจากเครื่องยศ หากแต่มีเพียงอาภรณ์สีขาวและผมสีดำสนิทเปลือยเปล่าไร้ปิ่นราคาแพง ที่ปลิวปรกลงมาระใบหน้าซึ่งกำลังทอดมองไปไกล

 

สวยเหลือเกิน

 

หมับ!

 

ทว่าเร็นจิกลับสะดุ้งเฮือกเมื่อมือใหญ่ของอีกคนข้างหลังเอื้อมมาขว้าไหล่ของเขา ชายหนุ่มผมแดงค่อยๆหันกลับไปมอง และสิ่งที่พบคือแววตาฉงนสนเท่ของอิกคาคุ

 

“หา...?”

 

“หัวหน้าคุจิกิ ยังงั้นเองเรอะ” ชายหัวเหม่งขมวดคิ้วอย่างจับผิด

 

“อะ... อะไรนะครับ?!”

 

“เจ้ามารอหัวหน้าคุจิกิเองหรอกรึเนี่ย”

 

“ม... ไม่ใช่! เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว!” เร็นจิหน้าร้อนผ่าว เขาส่ายหน้าถี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่รู้เลยว่ากำลังถูกมองออก

 

“อย่ามาโกหกเลยน่า” อิกคาคุเชิดหน้าขึ้นก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ “เจ้าน่ะ แอบคิดอะไรๆกับหัวหน้าคุจิกิอยู่ล่ะสิท่า!”

 

“หาาาา...!!” เร็นจิร้องเสียงหลง และต้องยกมือขึ้นอุดปากตัวเองเพราะเสียงเมื่อครู่ดังเกินไป “ไม่ใช่! คุณอิกคาคุอย่าพูดแบบนั้นอีกนะ มันไม่...!”

 

“ไม่ต้องปฏิเสธหรอกน่า” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งเหยียดขึ้น “มันก็ไม่แปลก หัวหน้าคุจิกิน่ะถ้าจะมองแล้วก็สวยจะตายไป แถมยังได้ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่น่าหลงใหลที่สุดจากสมาคมยมทูตสตรีอีก... แต่จะว่าไปแล้ว สำหรับเจ้าน่ะ”

 

คราวนี้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนคิดเองเออเองเริ่มหายไป มีเพียงความเห็นใจเข้ามาแทนที่ระหว่างทอดมองชายอ่อนวัยกว่า

 

“หวังจะเฝ้ามองเขาแบบนี้ ตลอดไปเลยยังงั้นรึ”

 

เท่านั้นเองเร็นจิหลุบสายตาลงมองพื้นในความมืด ชายหนุ่มยังคงใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้และพยายามไม่แสดงอาการอะไรมากไปกว่านี้ เขาลอบถอนหายใจแผ่วเบา รู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางปฏิเสธได้แน่ในสถานการณ์เช่นนี้

 

“ข้าน่ะ” เสียงเข้มแผ่วเบาพึมพำ “จะทำอะไรได้ล่ะครับ”

 

ป้าบ!

 

ทว่าอยู่ๆมือใหญ่ของอีกฝ่ายตบหมับลงบนบ่าพร้อมอารมณ์ที่เปลี่ยนไป

 

.......??

 

“ก็แล้วใครมันเป็นคนผิดเล่าเจ้าเบื๊อก!! ดันไปหลงรักเขาเองนี่หว่า! ฮ่ะๆฮ่าๆ!! ฮ่ะ.....!!” อิกคาคุประกาศลั่นแต่ก็ถูกมือมหาประลัยของเร็นจิอุดปากไว้ทัน ชายหนุ่มผมแดงรู้สึกตกใจไม่หายกับอาการขึ้นๆลงๆจนน่ากลัวของอดีตอาจารย์วิชาต่อสู้ของเขา เร็นจิถึงกับยกมืออีกข้างขึ้นปาดเหงื่อแล้วเหลือบกลับไปมองร่างบนเนินเตี้ยๆอย่างช้าๆ

 

หัวหน้า อย่าเพิ่งได้ยินอะไรที่ดังมาจากแถวนี้เลยนะครับ... เขาคิดอย่างหวาดเสียว

 

“ข้าแค่จะบอกว่า” อิกคาคุผลักเร็นจิไปห่างๆ “เจ้าน่ะ น่าจะทำอะไรได้มากกว่ามาทำตัวเป็นพวกถ้ำมองโรคจิตต่างหากเล่า!”

 

“ป... ประสาท!” เร็นจิแทบแผดเสียง “ก็... ก็แค่อยากรู้เท่านั้นเอง ว่าทำไมหัวหน้าถึงชอบมาเดินเล่นตอนกลางคืนคนเดียว ถ้ามีศัตรูโผล่มาข้าจะได้ช่วยทันต่างหาก!”

 

“อ๋อ ยังงั้นเองรึ” อิกคาคุเกาคาง ท่าทางเขาดูไม่เชื่อเร็นจิแม้แต่น้อย “เอาเถอะ ถ้าจะปฏิเสธ แต่ข้ามีอะไรจะแนะนำเจ้า”

 

“เอ๋” หนุ่มผมแดงเลิกคิ้วแปลกใจ

 

“อย่าลืมสิ ข้าน่ะ คบเจ้ายูมิจิกะมากี่สิบปีแล้ว ยังไงๆนิสัยกะล่อนของเจ้านั่นก็คงถ่ายเทมาถึงข้าบ้างล่ะนะ” ถึงแม้ท่าทางอิกคาคุจะไม่ได้ดูภูมิใจกับสิ่งที่พูดเลย แต่ชายหนุ่มหัวเหม่งก็ยังกล่าวต่อพร้อมถอนหายใจ

 

“ถ้าอยากจะทำให้คนที่ชอบหันมาสนใจล่ะก็ เจ้าอาจจะต้องเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่”

 

“เปลี่ยน?” เร็นจิทวนคำ “ท... ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ”

 

“เจ้าทึ่มเอ้ย! ก็เพราะไอ้ที่เจ้าทำตัวอยู่ตอนนี้มันอาจจะไม่ถูกใจเขายังไงเล่า!” อิกคาคุคำราม แล้วมองเร็นจิตั้งแต่หัวจรดเท้า “ดูเจ้าสิ วันๆเอาแต่ทำผมทรงบ้าๆชี้โด่ชี้เด่ แถมโพกไอ้ผ้าขนหนูไม่เข้าท่านั่น ข้าว่าเจ้าทำตัวแบบนี้ดูดีกว่าถมไป!”

 

“หา!? ชุดนอนเนี่ยนะ!”

 

“ก็นี่ไง! หัวแดงๆของเจ้าน่ะปล่อยๆมันซะบ้าง! แล้วก็นะ ไอ้ผ้าขนหนูที่คาดหน้าผากประจำน่ะก็เลิกใส่ซะ! หน้าเจ้าก็ใช่ว่าจะน่าเกลียดน่ากลัวที่ไหน ได้ข่าวมาว่าพวกสาวๆหน่วยเจ้ามารุมตอมก็เยอะไม่ใช่รึ! และก็หัดยิ้มซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ทำหน้าบูดเหมือนตูดลิงบาบูนในดาบเจ้าน่ะ!”

 

เร็นจิถึงกับเลิกคิ้ว ไอ้เรื่อง ‘ทำหน้าบูดเหมือนตูดลิง’ น่ะ คนตรงหน้าทำเก่งยิ่งกว่าเขาเสียอีกไม่ใช่รึไง! แต่คุณอิกคาคุดันมาสั่งให้เขาเลิกเสียอย่างงั้น แล้วก็เรื่องทรงผมกับผ้าคาดหน้าผาก เคยมีคนบอกว่าชอบมันเอามากๆและอยากให้เขาเป็นอย่างนี้ไปตลอดเพราะมันเท่ดี

 

จะเอายังไงล่ะทีนี้...?

 

ถ้าเขาเปลี่ยนไปจริงๆ หัวหน้าจะชอบหรือเปล่าก็ไม่รู้ และถ้าถูกว่าเอาล่ะว่าไม่เรียบร้อย?

 

“ข้า...” เร็นจิงึมงำ “ข้าว่า อย่าดีกว่ามั้ง แบบนี้ก็ดีอยู่แล้วล่ะ”

 

“อืมมม” อิกคาคุยกมือขึ้นลูบคางอย่างพิจารณา “ก็ตามใจ! ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นล่ะก็ ข้าจะเสนออีกวิธี”

 

“ครับ?”

 

“เจ้าจะต้องทำให้หัวหน้าคุจิกิหึง!”

 

“หึง?!”

 

เร็นจิถึงกับผงาด และไม่รู้ทำไมอยู่ๆหน้าเขาถึงร้อนผ่าวขึ้นมาเวลาเอ่ยคำๆนั้น อย่างหัวหน้าน่ะหรือจะหึงเขา? ไม่มีทาง! หัวหน้าไม่เคยมองเขาด้วยซ้ำ!

 

“ว่ายังไง แผนนั้นข้าว่าเข้าท่าดีแท้” อิกคาคุฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ “แล้วก็ใช่ว่าจะยากเย็นอะไร เจ้าใช้คุณหนูคุจิกิหน่วยสิบสามคนนั้นก็ได้ เห็นว่าเป็นสหายเจ้าคงไม่...”

 

“ร... เรื่องแบบนั้นน่ะ...” เร็นจิตัดบทขณะเริ่มมือสั่น “ไม่เอาด้วยหรอก!!”

 

พอสิ้นเสียงที่แผดออกโดยไม่ทันยั้งความดัง ร่างสูงเจ้าของผมสีแดงก็เตลิดไปอย่างไร้สติเพราะเส้นด้ายความอดทนถูกฉีกออกยับเยิน อิกคาคุเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างอย่างงุนงงแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะโล้นๆของตัวเองอย่างนึกขำในที่สุด เขาหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะค่อยๆดังขึ้นอย่างชั่วร้าย

 

สะใจว้อยยย~~!!

 

สมน้ำหน้า นานๆทีจะได้เห็นเจ้าบ้านั่นมันเขินขนาดนี้ ไม่สิ อันที่จริงเขายังไม่เคยเห็นเจ้าอาบาราอินั่นเขินเลยสักครั้ง และพอได้เห็นต่อหน้าต่อตายังงี้แล้ว...

 

สนุกพิลึก!!

 

“มาดาราเมะ อิกคาคุ”

 

กึก...

 

เสียงนี้...!?

 

ทันใด เจ้าของนามที่ถูกเรียกราวกับถูกพลังเยือกแข็งสะกดโดยไม่ทันตั้งตัว อิกคาคุหน้าถอดสี แถมขายังสั่นจนน่ากลัว เมื่อเสียงนั่นแล่นเข้าโสตประสาททำเอาทุกอวัยวะเกือบหยุดทำงาน

 

คุจิกิ เบียคุยะ!!

 

สายลมอ่อนๆปลิวมากระทบร่าง พร้อมกลีบดอกไม้สีชมพูเรื่อที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใคร สายลมที่พาเอาความหอม เยือกเย็น และร้ายกาจมาในเวลาเดียวกัน

 

น่ากลัว

 

“ค... ครับ...” อิกคาคุหลับหูหลับตาเอ่ย

 

“มาทำเสียงเอะอะโวยวายในที่ทำการหน่วยหกแบบนี้ ในฐานะหัวหน้าหน่วย คงยกโทษให้ไม่ได้”

 

“ยะ... อย่าเลยครับ หัวหน้าคุจิกิ” อิกคาคุตอบตะกุกตะกัก ตั้งใจเอาไว้ว่าเขาจะเผ่นแน่บหลังจากตอบคำถามต่อไปจบไม่งั้นคงตายคามือ ยิ่งถ้าหัวหน้าหน่วยคนนี้ได้ยินเรื่องที่เขาคุยกับเร็นจิล่ะก็...

 

ตายหมู่ แหงๆ

 

“เกรงว่าเจ้าคงจะมีผู้สมรู้ร่วมคิด เป็นรองหัวหน้าของข้าด้วยสินะ” บุรุษเจ้าของผมสีรัตติกาลปลิวไสวเปรยถาม

 

“อะ... เอ่อ เรื่องนั้น...” ทว่าชายหนุ่มหัวโล้นกลับก้าวขาไม่ออก ให้มันได้ยังงี้เซ่!!

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ในที่ทำการหน่วยของตัวเองแบบนี้ ออกมาเดินกลางดึกแถมส่งเสียงรบกวน ข้าคงต้องลงโทษเร็นจิเป็นสองเท่า แม้ว่าตอนนี้... จะไม่อยู่แล้ว”

 

น้ำเสียงช่วงท้ายของคุจิกิ เบียคุยะฟังดูแปลกไปอย่างที่อิกคาคุไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ทว่าประโยคต่อมากลับลบล้างมันไปสิ้นและกลายเป็นความหวาดผวาในดวงตาคู่เรียวของผู้ต้องโทษ

 

“สำหรับเจ้า ในเมื่อเข้ามาในหน่วยของข้า ก็คงไม่ต้องรบกวนหัวหน้าเคมปาจิ” ร่างสูงสง่าย่างเข้ามาใกล้พร้อมรังสีอำมหิต อิกคาคุผงะถอยอย่างไม่มีทางเลือก พลางคิด

 

สู้กับคนคนนี้ ไม่ตายดีแน่...

 

“จงรับโทษ มาดารา....!!”

 

ฟึบๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

 

ทว่าด้วยความเร็วเหนือแสง ขณะยังไม่สิ้นคำลงทัณฑ์ด้วยซ้ำ ร่างปราดเปรียวของอิกคาคุก็มลายหายไปในความมืดภายในเวลาชั่วพริบตา!

 

คุจิกิ เบียคุยะ ได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ จริงๆแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะสำเร็จโทษร้ายแรง เพียงแต่ต้องการให้เคารพกฏของหน่วยหกที่ว่ามีเพียงเขาผู้เดียวเท่านั้นที่จะออกมาเชยชมท้องฟ้ายามราตรีได้ แต่ว่าทุกค่ำคืน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ ว่ามีใครบางคนแอบตามออกมาเสมอ

 

เจ้าเด็กรั้นคนนั้น จะห่วงอะไรนักหนา

 

คิดเสร็จก็ส่ายหน้าน้อยๆ พยายามทำให้จิตใจกลับมาสงบเงียบอีกครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเพียงแต่สิ่งที่เขาได้ยินจากปากคนคนนั้นมีเพียงแค่ว่า...

 

‘ไม่เอาด้วยหรอก!!’

 

‘ไม่เอา’ อะไรกันนะ... หรือว่าเจ้ามาดาราเมะนั่นจะบังคับให้ทำอะไร เขาน่าจะถามให้รู้เรื่องก่อนแล้วค่อยยอมปล่อย

 

เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า เบียคุยะ

 

อย่าสนใจเด็กนั่น ให้มากกว่านี้เลย

 

หักห้ามใจ... เสียบ้างเถอะนะ

 

 

 

+ + + + + + + + + +

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว่างจัดใช่มะวันๆ หมกมุ่นแต่เรื่องอย่างเงี้ยอานะคนเรา วันหลังแต่งเกี่ยวกะเจ๊กับมนุดต่างดาวตัวน้อยบ้างสิจ๊ะ แบบน้านค่อยน่าอ่านหน่อย อิอิ

#1 By gadueb (58.136.227.146) on 2007-06-24 18:45

บอกแร้วไงยาย

เค้าไม่ชอบ YURU อ้ะ >.<

#2 By ~ ZENITH ~ RenBya mania MAX !! on 2007-06-24 18:49

เอ้ย ผิดๆ

YURI ต่ะหาก

#3 By ~ ZENITH ~ RenBya mania MAX !! on 2007-06-24 18:49

แอบเห็นด้วยกับเรปบน 555555

จะให้ดีแต่งดะเลนด้วยสิจ๊ะสินุ้ย

#4 By B.Lucky:dream on on 2007-06-24 18:50

อาบาราอิ เรียบร้อยจิงๆๆ ท่านพี่ก็ดูเหมือนจะแอบมีใจด้วยหนิ 555+

#5 By Tua (203.155.230.162) on 2007-06-24 18:54

อ่าโฮะๆๆ.. เบียคุยะ/เร็นจิ
จะมีคู่ปกติๆอย่าง อิจิโกะ/ลูเคีย มั้ยหนอ >0<

อ่านแล้วฮา ภาษาแจ่ม ... แต่งต่อเร็วๆเน้อ~

ปล.ธีมสวยอ่า อยากได้ธีมแบบนี้บ้างจัง แต่ทำโค้ดไม่เป็น

#6 By J u N e __ P o T T e R on 2007-06-24 23:47

กระโดดกอดพี่เซนนนนนนนนนนนนนน

คู่นี้แหละ... ที่ชอบที่สุดในโลกเลย>[]<~!!

วี้ดๆๆๆๆ....

พี่เบียสวยไป - -* ผู้หญิงยังอาย (ก้าก)...

อยากอ่านเทะฟูอีกอ่ะ - ., - (อีนี่) 55+

คิดถึงพี่เซนนะฮ้า... ในเอ็มไม่ค่อยได้คุย - 3-

#7 By ۞† 朽木 白姫 †۞![Sh!Ra]! on 2007-06-25 20:15

ฟิคสนุกมากค่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
แล้วแต่คู่เทะฟูอีกนะคะ ชอบอ่ะ

#8 By Mitsusyuuke on 2007-07-06 23:40

โพสต์รอบที่สาม...ฮือ...(มันไม่ยอมติดอ่ะ)
น่ารักจังเลยค่า
ขำตรงที่อิคคาคุบอกให้เร็นจิเลิกทำหน้าแบบลิงบาบูนในดาบ 555
แหม อิคคาคุล่ะก็ หน้ามิ้วๆแบบซาบิมารุก็น่ารักไปอีกแบบนะ 55
ท่านเบียเหมือนจะมีใจให้เร็นจินิดๆ อยากรู้ว่าเร็นจิจะงัดไม้ไหนมาเรียกร้องความสนใจ(??)จากหัวหน้าหน่วยคนงามจังค่ะ

#9 By Asana Fay on 2007-07-07 17:59

(เกิดความรู้สึกสับสนกับตัวเอง.. ชอบ กลัว สนุก หวาดหวั่น สครีม อ๊ากกกก)

เคยมาแอบๆ มองบลอคนี้หลายรอบแล้ว แต่ไม่ได้ +fav เสียที :) ขออนุญาตเพิ่มรายชื่อนะคะ ~


ภาษาดีมาก ชอบๆ อ๊างงง
รออ่านต่อ (ด้วยจิตใจที่สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง -w- ฮะๆ)



^^

#10 By ★ C'HER.RIE on 2007-07-07 22:59

ชอบคู่นี้ที่สุดเลยแหละหุหุ
เร็นจิทำไมเป็นคนไม่กล้าในเรื่องแบบนี้ไปได้น๊า...

#11 By akisa_chan (58.136.228.108) on 2007-12-14 04:09

แงงงๆๆๆ

#12 By (222.123.85.211) on 2008-07-08 17:35